เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก วาตภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ๆ สามารถขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะกรณีพื้นที่การเกษตรและพืชผลได้รับความเสียหาย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางให้เกษตรกรดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาความช่วยเหลือ
ทั้งนี้ การได้รับความช่วยเหลือกรณีพืชผลเสียหายจากภัยพิบัติ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของทางราชการ โดยพื้นที่ประสบภัยต้องอยู่ในเขตที่มีการประกาศให้ความช่วยเหลือ และเกษตรกรต้องมีข้อมูลทะเบียนเกษตรกรที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย
สำหรับเกษตรกรที่ต้องการรักษาสิทธิและเตรียมตัวให้พร้อม กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. เช็กทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน
ขั้นตอนแรก เกษตรกรควรตรวจสอบว่าข้อมูลการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นปัจจุบันหรือไม่ โดยเฉพาะข้อมูลกิจกรรมการเกษตรและพื้นที่เพาะปลูก
หากมีการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ แต่ไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัย อาจทำให้ไม่ได้รับความช่วยเหลือกรณีพืชผลได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ
เกษตรกรสามารถตรวจสอบหรือปรับปรุงข้อมูลได้ที่
-สำนักงานเกษตรอำเภอ ในพื้นที่
-ช่องทางที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนด เช่น Farmbook Application สำหรับเกษตรกรรายเดิมและแปลงเดิม
อ่านข่าว : เกษตรกรอย่าลืม! ปรับปรุงข้อมูล เตรียมรับเยียวยา ตามมาตรการ
2. ยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01)
เมื่อเกิดภัยพิบัติและพื้นที่ได้รับการประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายสามารถยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ กษ 01
สามารถขอรับแบบฟอร์มได้ที่
-สำนักงานเกษตรอำเภอ ในพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย
-หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มผ่านระบบของกรมส่งเสริมการเกษตรที่เว็บไซต์ disaster.doae.go.th
โดยการยื่นแบบ กษ 01 ต้องมีการตรวจสอบและรับรองความเสียหายจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี ก่อนส่งต่อให้สำนักงานเกษตรอำเภอดำเนินการตามขั้นตอน
ข้อสำคัญ เกษตรกรควรกรอกข้อมูลความเสียหายให้ถูกต้อง ครบถ้วน และตรงตามความเป็นจริง เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบและพิจารณาความช่วยเหลือ
3. ร่วมประชาคมและติดตามรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ
หลังจากยื่นแบบ กษ 01 แล้ว เจ้าหน้าที่และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบและรับรองความเสียหายของพื้นที่เกษตร
จากนั้นจะมีการ ติดประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบ หรือจัดประชาคมในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรร่วมตรวจสอบและรับรองข้อมูลของตนเอง ดังนั้น เกษตรกรควรติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่และเข้าร่วมประชาคมตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด
หากมีรายชื่อผ่านการตรวจสอบและได้รับการอนุมัติความช่วยเหลือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง โดยเกษตรกรไม่ต้องโอนเงินหรือจ่ายค่าดำเนินการให้บุคคลอื่น
ตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือได้ที่ไหน ?
เกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชผ่านระบบของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ที่เว็บไซต์ disaster.doae.go.th โดยระบบมีเมนูสำหรับตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
ทั้งนี้ เกษตรกรควรติดตามข้อมูลจากสำนักงานเกษตรอำเภอหรือช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหลัก เนื่องจากการช่วยเหลือจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความเสียหายและพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ระวังมิจฉาชีพ อ้างรับดำเนินการขอเงินเยียวยา
กรมส่งเสริมการเกษตรย้ำว่า เกษตรกรควรระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว รหัส OTP หรือเรียกเก็บค่าดำเนินการ โดยการขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่มีค่าใช้จ่าย และเงินช่วยเหลือจะโอนโดย ธ.ก.ส. เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง
ดังนั้น หากได้รับข้อความหรือติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่าสามารถช่วยดำเนินการรับเงินเยียวยาได้ ควรตรวจสอบกับสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่โดยตรงก่อนดำเนินการใด ๆ
ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
