ศาลจีนสั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต สวี่เจียอิ้น ผู้ก่อตั้ง "ไชน่า เอเวอร์แกรนด์" บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเคยเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีน พร้อมสั่งยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
(20 ส.ค.69) ตามรายงานของสื่อรัฐบาลจีน CCTV นายฮุย คา ยัน (Hui Ka Yan) หรือที่รู้จักในชื่อ สวี่เจียอิ้น (Xu Jiayin) ผู้ก่อตั้งบริษัท "ไชน่า เอเวอร์แกรนด์" (China Evergrande Group) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก โดยนายสวี่เจียอิ้น ถูกดำเนินคดีใน 8 ข้อหา ซึ่งรวมถึงการยักยอกเงิน การฉ้อโกงในการระดมทุน และการรับเงินฝากสาธารณะโดยผิดกฎหมาย ศาลจีนสั่งลงโทษจำคุกตลอดชีวิต พร้อมสั่งยึดทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
บริษัท "ไชน่า เอเวอร์แกรนด์" ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของจีน ได้ผิดนัดชำระหนี้มาตั้งแต่ปี 2021 จากภาระหนี้สินส่วนใหญ่ที่มีสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 9.9 ล้านล้านบาท)
คำพิพากษาของศาลฯ ระบุว่า สวี่เจียอิ้น เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและรับผิดชอบการดำเนินงานโดยรวมของเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป โดยสวี่เจียอิ้น บริหารและควบคุมบริษัทเอเวอร์แกรนด์ เรียล เอสเตท กรุ๊ป และบริษัทอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งมีการลงทุนครอบคลุมภาคอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และภาคส่วนอื่นๆ
การกระทำผิดทางอาญาของ สวี่เจียอิ้น และบริษัททั้งสองแห่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินของภาครัฐและเอกชน และกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยศาลฯ ระบุว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมหาศาลและมีพฤติการณ์ร้ายแรงยิ่ง ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรง ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงสมควรได้รับโทษอย่างหนักตามกฎหมาย
นอกเหนือจากคำตัดสินลงโทษ สวี่เจียอิ้น แล้ว ศาลได้สั่งปรับบริษัทเอเวอร์แกรนด์ เป็นเงิน 8.82 พันล้านหยวน (ประมาณ 4.3 หมื่นล้านบาท) และปรับบริษัท เฮงดา เรียล เอสเตท (Hengda Real Estate) ซึ่งเป็นบริษัทลูกหลัก เป็นเงิน 7 พันล้านหยวน (ราว 3.42 หมื่นล้านบาท) พร้อมทั้งตัดสินจำคุกผู้บริหารระดับสูงอีก 5 คน ตั้งแต่ 6 ถึง 18 ปี ร่วมกับโทษปรับเงิน
สวี่เจียอิ้น เติบโตมาจากครอบครัวในชนบทของจีน โตมากับย่า สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอู่ฮั่นในปี 1982 และได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์สาขาพาณิชยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวสต์อลาบามาในปี 2008 เขาเสนอตั้งบริษัทเอเวอร์แกรนด์ในปี 1996 และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2009 หลังจากระดมทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO ได้ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง
ทั้งนี้นายฮุย เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในจีนในปี 2017 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.41 ล้านล้านบาท สื่อบางแห่งเปรียบเทียบเขาเป็นเหมือน "โดนัลด์ ทรัมป์" จากการสร้างความมั่งคั่งจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตเบ่งบานอยู่บนกองหนี้สินจำนวนมหาศาล
คำตัดสินจำคุกของ สวี่เจียอิ้น เป็นการปิดฉากเรื่องราวจากคนยากจนสู่คนร่ำรวยของเขา แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยบรรเทาความทุกข์ยากให้กับเจ้าหนี้ทั้งในและต่างประเทศของเอเวอร์แกรนด์มากนัก