เวลา 10.00 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานและนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมมีพรสวรรค์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดพิตร โดยมี นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ในการพระราชทานขาเทียมแก่ผู้พิการขาขาด ครั้งที่ 179 ของมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปี 2569 ที่ออกหน่วยให้บริการทำขาเทียมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ปีละ 5 ครั้ง โอกาสนี้ พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทาน 121 คน, พระราชทานขาเทียมแก่ผู้แทนคนพิการขาขาดที่ได้รับขาเทียมพระราชทาน 6 คน และพระราชทานอุปกรณ์ประกอบอาชีพตัดผม และเพาะเห็ดแก่ผู้แทนคนพิการขาขาด 3 คน
การออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ครั้งนี้ มูลนิธิฯ ร่วมกับ จังหวัดพิจิตร, วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร, องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้สนับสนุนมูลนิธิฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-20 สิงหาคมนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รวมทั้งสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการช่วยเหลือผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ ทุกเชื้อชาติ และศาสนา ให้ได้รับขาเทียมที่ดี มีคุณภาพ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้ตามปกติ ไม่เป็นภาระต่อตนเอง หรือ ครอบครัว มีผู้พิการขาขาดรับบริการ 172 คน เป็นผู้ที่เคยได้รับขาเทียมมาแล้ว 141 คน และยังไม่เคยได้รับขาเทียม 5 คน ผู้พิการที่สภาพตอขา ยังไม่พร้อมต่อการทำขาเทียม 25 คน มูลนิธิขาเทียมฯ ให้บริการทำขาเทียมใหม่ 146 คน ซึ่งสาเหตุของการสูญเสียขา ได้แก่ อุบัติเหตุจราจร, โรคเบาหวานและเส้นเลือดอุดตัน, การเหยียบกับระเบิด, ความพิการแต่กำเนิด และอุบัติเหตุอื่น ๆ นอกจากบริการทำขาเทียมให้แก่คนพิการแล้ว มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับจังหวัดพิจิตร จัดอบรมหลักสูตรขาเทียมฯ ให้แก่แพทย์, นักกายภาพบำบัด และนักกายอุปกรณ์ 21 คน
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการ "เชื่อมต่อการรักษา สู่การฟื้นฟูระบบบริการ : ผู้สูญเสียแขนขา โรงพยาบาลพิจิตร" จากปัญหาผู้ป่วยได้รับการส่งต่อฟื้นฟูไม่เป็นระบบ ส่งพบแพทย์ล่าช้า แก้ไขโดยเปิดคลินิกฟื้นฟูผู้สูญเสียแขนขา ประเมินโดยทีมสหวิชาชีพ, นิทรรศการ "ก้าวใหม่ที่มั่นคง บูรณาการดูแลผู้ป่วยคนพิการ คืนคุณค่าสู่สังคม" ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน โดยเตรียมความพร้อมของตอขา เสริมสร้างกำลังกล้ามเนื้อการทรงตัว และการเดินสำหรับการส่งต่อทำขาเทียม และสามารถกลับใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ได้จัดทำโครงการต่อบ้านเติมสุข เพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของผู้ยากไร้ในอำเภอตะพานหิน ตั้งแต่ปี 2566-2569 ได้ปรับปรุงที่อยู่อาศัยไป 77 หลัง
นิทรรศการ "ปันน้ำใจ เพื่อก้าวใหม่ ด้วยขาเทียม" โรงพยาบาลบางมูลนาก ได้ดำเนินงานโรงงานทำขาเทียมพระราชทานในโรงพยาบาล เปิดบริการเมื่อปี 2559 และให้บริการทำขาเทียมเคลื่อนที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการทำขาเทียม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมทั้ง โครงการ "ปันน้ำใจ สู่กำลังพล และครอบครัวที่ทุพพลภาพ โรงพยาบาลค่ายพ่อขุนผาเมือง" มีกำลังพลและครอบครัวที่ทุพพลภาพ 20 คน ได้ส่งเสริมทักษะอาชีพผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพการเกษตร และโครงการส่งเสริมอาชีพร้านกาแฟ โดยความร่วมมือกันของทีมสามประสานและทีมสหสาขาวิชาชีพ
เวลา 17.33 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ในการพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมวชิรสุธี (อภิพล อภิพโล) ซึ่งถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68
พระพรหมวชิรสุธี เป็นบุตรของนายธูป กับนางลมูล บุญส่ง เกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2480 มีนามเดิมว่า สุคนธ์ บุญส่ง เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว จึงเปลี่ยนชื่อเป็น อภิพล เริ่มศึกษาที่โรงเรียนประชาบาลวัดปลักไม้ลาย จังหวัดนครปฐม เมื่อยายถึงแก่กรรมได้บรรพชาเป็นสามเณร หรือบวชหน้าไฟ และไม่คิดลาสิกขา จากนั้น ไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเสนหา จังหวัดนครปฐม ต่อมาปี 2497 ไปศึกษาต่อที่วัดบวรนิเวศวิหาร และบรรพชาใหม่ที่สำนักวัดบวรนิเวศวิหาร มีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาปี 2500 จึงได้อุปสมบท และศึกษาพระปริยัติธรรมต่อจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม 5 ประโยค และได้ปฏิบัติภารกิจทางพระศาสนาและการคณะสงฆ์มากขึ้นตามลำดับ เป็นกำลังสำคัญในการบุกเบิกและอำนวยการก่อสร้างพระอาคารและอาราม รวมถึง พุทธสถานต่าง ๆ เช่น วัดญาณสังวราราม, ในปี 2539 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร โปรดให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก องค์แรก โดยปฏิบัติศาสนกิจสนองงานการพระศาสนา การคณะสงฆ์ และการพระอารามมาอย่างมั่นคง ยาวนาน เจริญในสมณศักดิ์และตำแหน่งทางคณะสงฆ์ ได้รับการแต่งตั้งที่สำคัญ เช่น เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช, กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก