เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธกว่า 10 ลูก ลงทะเลทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี คาดเป็นการส่งสัญญาณคัดค้านการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
วันนี้ (21 ส.ค. 69) เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้กว่า 10 ลูก เมื่อวานนี้ (20 ส.ค. 69) หลังจากที่ “คิม โย-จอง” น้องสาวของ “คิม จอง-อึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ออกมาประณามการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เมื่อวันพุธ (19 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา แม้ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะมีคำสั่งให้ลดระดับการซ้อมรบร่วมแล้วก็ตาม
ทางทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้จัดการประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคงโดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานทางทหารเข้าร่วม หลังจากที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธจากพื้นที่ใกล้กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ไปตกลงสู่ทะเลทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี พร้อมประณามว่าการยิงขีปนาวุธถือเป็นการกระทำร้ายแรงที่ละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำดังกล่าวในทันที
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ กล่าวต่อสมาชิกรัฐสภาว่า ขีปนาวุธพิสัยใกล้ดังกล่าวเชื่อว่าเป็นระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 600 มม. ซึ่งเกาหลีใต้ติดตามเรื่องระบบยิงจรวดนี้มาโดยตลอด เนื่องจากอาจมีการติดตั้งใกล้ชายแดนติดกับเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือเคยอธิบายระบบยิงจรวดหลายลำกล้องขนาด 600 มม. ซึ่งรู้จักกันภายนอกในชื่อ KN-25 ว่าสามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีได้
ทั้งนี้ การซ้อมรบร่วมของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลงในวันนี้ (21 ส.ค. 69) หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” สั่งให้ลดขนาดการซ้อมรบร่วมลงอย่างมาก โดยอ้างว่า สิ้นเปลืองและต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับผู้นำเกาหลีเหนือ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา “ทรัมป์” กล่าวว่า “คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ ตอบกลับมาแล้ว แต่ “คิม โยจอง” น้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวเมื่อวันพุธ (19 ส.ค. 69) ว่า เธอไม่ทราบเรื่องการติดต่อสื่อสารใด ๆ ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งระบุว่า "นโยบายที่เป็นปรปักษ์" ของสหรัฐฯ ที่มีต่อเกาหลีเหนือนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ด้าน “ยาง มูจิน” ศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือศึกษา (University of North Korean Studies) ในกรุงโซล กล่าวว่า การทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้ดูเหมือนจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอกย้ำว่า คำเตือนของ “คิม โยจอง” ว่า ไม่ใช่แค่เพียงคำพูดลอย ๆ และการทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้น่าจะมีวัตถุประสงค์หลายประการ รวมถึงการส่งสัญญาณคัดค้านการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ การแสดงความไม่พอใจต่อการหารือเรื่องคลังอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือในช่วงที่ผ่านมา และการเตือนไม่ให้มหาอำนาจภายนอกคาดเดาหรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประเด็นความมั่นคงของเกาหลีเหนือ
ขณะที่ “หวัง อี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ซึ่งเดินทางเยือนกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ ในสัปดาห์นี้ ได้เรียกร้องไม่ให้เกาหลีใต้เลือกข้างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ควรละทิ้งนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี