กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 13 (ฉบับสุดท้าย) ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลางด้านตะวันตก
วันนี้ (21 ส.ค. 69) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 13 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569
โดยประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคกลางด้านตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน เข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขัง ในระยะสั้นได้
ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว
ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้ทวีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 23-24 สิงหาคม 2569 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย จึงขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าว
โดยพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย เวลา 18.00 น. วันนี้ (21 ส.ค. 69) ถึงเวลา 18.00 น. วันพรุ่งนี้ (22 ส.ค. 69)
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี และราชบุรี โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่