ลูกศิษย์แห่ร่วมอาลัย หลวงปู่จื่อ เกจิดังอีสาน ละสังขารอย่างสงบภายในกุฏิ

ลูกศิษย์แห่ร่วมอาลัย หลวงปู่จื่อ เกจิดังอีสาน ละสังขารอย่างสงบภายในกุฏิ

View icon 236
วันที่ 23 ส.ค. 2569 | 11.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
หลวงปู่จื่อ เกจิดังวัดเขาตาเงาะ ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 83 ปี 51 พรรษา ลูกศิษย์แห่ร่วมอาลัยแน่นวัด เบื้องต้นจะนำสรีรสังขาร ประดิษฐานไว้ที่ศาลาของวัด

วันนี้ (23 ส.ค.69) ที่วัดเขาตาเงาะอุดมพร อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ลูกศิษย์ พุทธศาสนิกชน จากหลายจังหวัด จำนวนมาก ที่ได้ทราบข่าวมรณภาพของหลวงปู่จื่อ พันธมุตโต (พระราชภาวนาวชิรคุณ) พระเกจิอาจารย์และพระวิปัสสนาจารย์สายปฏิบัติชื่อดัง เจ้าอาวาสวัดเขาตาเงาะอุดมพร อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ด้วยอาการสงบ ภายในกุฎิ  ได้พากันเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย และกราบสักการะสรีระสังขาร

เบื้องต้นได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหัวหนองว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. หลวงปู่จื่อประสบเหตุล้มภายในห้องน้ำ ก่อนที่ครูบาและพระที่ดูแลจะเข้ามาพบภายหลัง พบหลวงปู่นอนอยู่บนที่นอนและได้ละสังขารแล้ว โดยมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองบัวระเหว เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุภายในกุฏิ ต่อมาแพทย์จากโรงพยาบาลหนองบัวระเหว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจชันสูตรสรีรสังขาร ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะนี้ทางอำเภอหนองบัวระเหว อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ คณะศิษยานุศิษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรายละเอียดการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีทางศาสนาอย่างเหมาะสม เบื้องต้นจะนำสรีรสังขารของหลวงปู่จื่อไปประดิษฐานไว้ที่ศาลาของวัด เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและเปิดโอกาสให้ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนร่วมถวายความอาลัยต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการพิธี และขั้นตอนต่าง ๆ จะมีการแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะศิษยานุศิษย์

หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต (พระราชภาวนาวชิรคุณ) เป็นพระเกจิอาจารย์ และพระวิปัสสนาจารย์สายปฏิบัติชื่อดัง ศิษย์หลวงปู่ผาง อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เจ้าอาวาสวัดเขาตาเงาะอุดมพร อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะ "เทพเจ้าแห่งสายน้ำ" และพระนักพัฒนาผู้สร้างประโยชน์แก่ชุมชน เกิดวันที่ 17 มิ.ย. 2486 ที่ตำบลบ้านกอก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โยมพ่อนายฮอ แซ่จึง และโยมแม่นางพี เฉลียวดี อุปสมบท วันที่ 15 พ.ย. 2518 ณ วัดศรีแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิสายปฏิบัติ เป็นศิษย์ในสายหลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต พระอริยสงฆ์แห่งภาคอีสาน 10 เรื่องเด่นและปฏิปทาท่านเติบโตในครอบครัวยากจน เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และเคยย้ายเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรับจ้างเย็บผ้าหาเลี้ยงชีพ หลังบวชท่านมุ่งเน้นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างเคร่งครัด และออกธุดงค์ในป่าเขาเพื่อแสวงหาความสงบ

เมื่อปี 2523 ท่านจำพรรษา ณ วัดเขาตาเงาะอุดมพร ตำบลหนองบัวระเหว อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ วัดนี้มีพื้นที่โดยประมาณ 200 ไร่ จากจังหวัดชัยภูมิ ผ่านบ้านเขว้า เส้นทางหลวงหมายเลข 225 ถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ ขณะที่ท่านนั่งปฏิบัติธรรมอยู่ ในช่วงนั้นประชาชนชาวหนองบัวระเหว ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ท่านจึงคิดพัฒนาแหล่งน้ำ "ลำเชียงทา" เป็นแหล่งน้ำที่ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำชีว่า น่าจะมีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ เพื่อประโยชน์ของชาวชุมชนหนองบัวระเหวและชุมชนใกล้เคียง ท่านจึงได้นำพระภิกษุ ลูกศิษย์ และชาวบ้าน ร่วมกันก่อสร้างเขื่อนดินด้วยงบประมาณอันน้อยนิดของผู้มีจิตศรัทธาบริจาค และงบประมาณของทางราชการที่สนับสนุน ทำให้ประชาชนในอำเภอบ้านเขว้า อำเภอหนองบัวระเหว และอำเภอเมืองชัยภูมิ ทั้ง 3 อำเภอ ได้มีแหล่งน้ำใช้ทางการเกษตรกรรม

จากนั้นเป็นต้นมาเมื่อชาวบ้านมาขอให้หลวงปู่จื่อ สร้างอ่างเก็บน้ำท่านก็จะไม่ปฏิเสธ จะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง รวมทั้งขนาดใหญ่ โดยตั้งแต่ พ.ศ.2523 จนถึง พ.ศ.2558 หลวงปู่จื่อ ได้เป็นผู้นำศรัทธาชาวบ้านช่วยกันสร้างอ่างเก็บน้ำไปแล้วกว่า 30 แห่ง สามารถพลิกแผ่นดินอันแห้งแล้งที่เคยทำนาได้ปีละครั้ง กลับกลายเป็นทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง และเมื่อท่านสร้างฝายเก็บน้ำ 2 แห่ง ปรากฏว่า ฤดูฝนฝายร้าว ถึงขนาดนายอำเภอต้องซ้อมแผนอพยพประชาชนที่อยู่ใต้ฝาย ท่านเลยไปดูและเหยียบเหนือรอยร้าว 3 ครั้ง ฝายทั้ง 2 แห่งยังอยู่จนปัจจุบันนี้ ทั้งนี้ หลวงปู่จื่อได้ให้คติธรรมไว้อย่างน่าคิดว่า ชีวิตของคนเรานั้นขาดน้ำไม่ได้ เมื่อมีน้ำก็มีกิน เมื่อมีกินก็มีมีชีวิต แต่ที่สำคัญกว่าน้ำที่ดื่มกิน คือ น้ำคำ และน้ำใจ คนเราจะมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างปกติ ต้องมีน้ำคำ คือ คำพูดที่ดี ส่วนน้ำใจนั้นนับวันจะหายากขึ้นทุกที เมืองไทยแล้งแต่คนไทยไม่ควรแล้งน้ำใจ

หลวงปู่จื่อ ท่านเป็นพระวิปัสนาจารย์กรรมฐาน เป็นพระสุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่มีความสามารถอย่างสูงในการแจกแจงแสดงธรรม ท่านเป็นพระเถราจารย์ ผู้เปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม เมตตาธรรม บารมี เป็นเนื้อนาบุญ อันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา เป็นพระป่า พระกรรมฐาน ที่ศิษย์เคารพ ศรัทธา อย่างมหาศาล เป็นสมณะผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อย่างสิ้นสงสัย เป็นพระนักสร้าง นักพัฒนา ได้สร้างคุณประโยชน์ให้ส่วนรวมมากมาย ทั้งถนนหนทาง และทำฝายเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ปัจจุบันท่านอายุ 83 ปี 51 พรรษา ก่อนมรณภาพละสังขาร ในเวลา 04.25 น. วันนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง