สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา! ยังมีพื้นที่รองรับน้ำ 4 อ่างหลักรับน้ำได้อีก 9,999 ล้าน ลบ.ม. ล่าสุดระดับน้ำที่นครสวรรค์ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน โดยข้อมูล 24 ส.ค. เวลา 06.00 น.ที่สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 936 ลบ.ม./วินาที #เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำ 450 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานรายงานสถาณการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาประจำวัน พบว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 14,783 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 60 ของความจุ และยังสามารถรองรับน้ำเพิ่มเติมได้รวม 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับพื้นที่ภาคกลาง สถานการณ์ใน 8 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนได้ทันกับสถานการณ์
สำหรับพื้นที่ตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยา ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 268 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจาก 166 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันก่อนหน้า ขณะเดียวกันมีการรับน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 186 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทุ่งฝั่งตะวันตก 211 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในระบบลุ่มเจ้าพระยา
“ตัวเลขปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในบางจุดต้องดูประกอบกับระดับน้ำและพื้นที่ที่ยังสามารถรองรับน้ำได้ด้วย ข้อมูลล่าสุดที่นครสวรรค์ ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.62 เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งยังรองรับน้ำได้อีก 9,999 ล้านลูกบาศก์เมตร รัฐบาลจึงติดตามทั้งฝน น้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำ และพื้นที่รองรับน้ำควบคู่กัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ทันหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง”
สำหรับประชาชนในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ขอให้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานทางการเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ที่เคยมีน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันรัฐบาลและหน่วยงานในพื้นที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูฝน