วันนี้ (24 ส.ค. 69) ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานผลการติดตามอาการป่วยของ "ข้าวคั่ว" เสือโคร่งเพศเมีย วัย 18 ปี 11 เดือน ซึ่งกำลังเผชิญภาวะความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัยชราภาพ
โดยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายเสือโคร่งเข้าสู่กรงดูแลเฉพาะ ณ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก ตั้งแต่วันที่ (14 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ยา สารน้ำ และติดตามการขับถ่ายอย่างใกล้ชิด
จากการติดตามอาการตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา พบบัญชีสุขภาพของเสือโคร่งข้าวคั่วมีอาการเดินไม่สัมพันธ์กันและการทรงตัวลดลง โดยช่วงกลางเดือนส.ค. เริ่มไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้ แต่ยังคงมีกำลังในการพยุงตัว คลาน พลิกตัว และยกหัวได้เอง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการระบุว่าค่าการทำงานของไตสูงกว่าเกณฑ์ปกติ และมีค่าเม็ดเลือดขาวสูงเล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในสัตว์ป่าก้าวสู่วัยชราขั้นสูง
สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยว่า "ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์ได้วางแผนการรักษาแบบประคับประคองอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยให้ยากิน ยาฉีด และการเสริมสารน้ำใต้ผิวหนังควบคู่กัน
ถึงแม้ว่าร่างกายจะร่วงโรยตามธรรมชาติ แต่เสือโคร่งข้าวคั่วยังคงมีกำลังใจและตอบสนองต่อการดูแลได้ดี สามารถกินอกไก่สดจากการป้อนของเจ้าหน้าที่ได้วันละ 3 กก. รวมถึงระบบขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระยังคงทำงานได้ตามปกติ
ทั้งนี้ การเจ็บป่วยด้วยภาวะชราภาพถือเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต โดยเสือโคร่งในธรรมชาติจะมีอายุเฉลี่ยราว 10-15 ปี การที่เสือโคร่งข้าวคั่วมีอายุยืนยาวเกือบ 19 ปี นับเป็นผลจากการได้รับการเลี้ยงดูและเอาใจใส่เป็นอย่างดีมาโดยตลอด
สำหรับขั้นตอนต่อไป ทีมสัตวแพทย์และคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวากจะยังคงปักหลักดูแลเสือโคร่งข้าวคั่วตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการปรับโภชนาการ การจัดการความสุขสบายในกรงเลี้ยง เพื่อลดความเครียดและคงคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้แก่เสือโคร่งสูงวัยตัวนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบเป็นระยะ