ชิงจังหวะก่อน “ฝ่ายค้าน” ซักฟอก “รัชดา” แจง “นายกฯ” บิน 9 ประเทศ ไปทำประโยชย์เพื่อชาติ

ชิงจังหวะก่อน “ฝ่ายค้าน” ซักฟอก “รัชดา” แจง “นายกฯ” บิน 9 ประเทศ ไปทำประโยชย์เพื่อชาติ

View icon 56
วันที่ 24 ส.ค. 2569 | 11.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“รัชดา” แจง “นายกฯ อนุทิน” บิน 9 ประเทศ เพื่อทำการทูตเชิงรุก “ดึงลงทุน–เปิดตลาดใหม่” ลั่น! รัฐบาล พร้อมโชว์ผลงาน กลางศึกซักฟอก
.
วันนี้ (24 ส.ค.69) เวลา 09.30 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสที่สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเปิดสมัยประชุม และคาดว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลพร้อมชี้แจงต่อสภาฯ และประชาชนด้วยข้อเท็จจริงและผลการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผลจากนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล
.
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้นโยบายการทูตเชิงรุกเพื่อนำประเทศไทยกลับเข้าสู่ความสนใจของประชาคมโลก และได้ “ยกระดับความสัมพันธ์ที่ดีให้เป็นโอกาสประเทศ” ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี ความมั่นคง และการจ้างงาน
.
ที่ผ่านมา นายอนุทิน ได้เดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาค หารือกับผู้นำ 9 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ ฝรั่งเศส รัสเซีย เวียดนาม มาเลเซีย จีน อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  ขณะเดียวกัน ต้อนรับผู้นำต่างประเทศทื่มาเยือนไทย ได้แก่ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม   นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสัปดาห์หน้า  นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัญสิงคโปร์ เยือนไทยในวันที่ 2 กันยายน 2569  
.
ซึ่งทุกภารกิจเชื่อมโยงเป็นยุทธศาสตร์สอดรับกับสถานการณ์โลกที่ไร้ระเบียบและภาวะโลกร้อน ตามแนวทางการสร้างอาเซียนให้เข้มแข็ง ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภูมิภาค และความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ตั้งเป้าการขยายตลาด ดึงดูดเงินลงทุนและนวัตกรรม 
.
ในเรื่องส่งเสริมการลงทุน การเยือนประเทศต่าง ๆ ของนายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกับนักลงทุนต่างประเทศ และยังจัดให้มีการจับคู่ธุรกิจระหว่างนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง
.
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ขอเสียงสนับสนุนในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ควบคู่กับการย้ำจุดยืนของไทยที่ยึดมั่นในสันติวิธี การเจรจา และกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงการเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ
.
“รัฐบาลพร้อมรับการตรวจสอบและชี้แจงต่อสภาฯ และประชาชนด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยผลสัมฤทธิ์ของการทูตเชิงรุกไม่ได้วัดเพียงจำนวนประเทศที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือน แต่ต้องดูถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งการสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมถึงการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้ต้อนรับผู้นำต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทและความเชื่อมั่นของนานาประเทศที่มีต่อประเทศไทย และเป็นเครื่องยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้กลับเข้าสู่ ‘จอเรดาร์โลก’ อีกครั้ง ในฐานะมิตรและพันธมิตรที่น่าเชื่อถือของทุกฝ่าย รัฐบาลพร้อมเปลี่ยนความสัมพันธ์และความร่วมมือระดับสากลให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ของคนไทย” นางสาวรัชดา กล่าว
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง