ป่วนใต้คืนที่ 3 วางเพลิงเผาร้านสะดวกซื้อ บ้านตาแบ๊ะ จ.ปัตตานี

View icon 12
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 11.02 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - คนร้ายก่อเหตุป่วนจังหวัดชายแดนใต้ ติดต่อคืนที่ 3 เมื่อคืน กลุ่มคนร้าย 4 คน ร่วมกันวางเพลิงเผาร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านตาแบ๊ะ จังหวัดปัตตานี แต่หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตามควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน

เหตุการณ์เกิดเมื่อคืน เวลาประมาณ 20.00 น. กลุ่มคนร้ายมากัน 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดฝั่งตรงข้ามร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านตาแบ๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี จากนั้นให้คนร้าย 3 คน ซึ่งมีอาวุธปืน เดินเข้าไปภายในร้าน ส่วนอีก 1 คน ทำหน้าที่ดูต้นทาง จากนั้นคนร้ายสั่งให้พนักงาน และประชาชนออกจากร้านให้หมด เพื่อวางระเบิด และราดน้ำมันเชื้อเพลิง

ระหว่างคนร้าย กำลังลงมือก่อเหตุ เป็นจังหวะที่ ตำรวจสายตรวจ สภ.มายอ จำนวน 4 นาย นำรถยนต์หุ้มเกราะ ออกตรวจสอบพบความผิดปกติ จึงขับรถย้อนกลับไปตรวจสอบที่ร้านสะดวกซื้อดังกล่าว ทำให้ยิงปะทะกับคนร้าย นานประมาณ 3 นาที ก่อนคนร้ายทั้งหมดจะขี่รถจักรยานยนต์พากันหลบหนีไป

หลังจากนั้น ประมาณ 5 นาที ระเบิดที่คนร้ายวางไว้ได้เกิดระเบิดขึ้นภายในร้าน และมีเพลิงโหมไหม้ สินค้า และทรัพย์สินต่าง ๆ อย่างรุนแรง ทำให้ร้านฯ ได้รับความเสียหายทั้งหมด

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ เร่งติดตามตัวกลุ่มคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรอยเลือดของคนร้าย หยดระหว่างเส้นทางที่หลบหนีไป เชื่อว่ากลุ่มคนร้าย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะ จึงประสานสถานพยาบาล รวมถึง ร้านค้ายา หากมีผู้บาดเจ็บจากกระสุนปืน มารักษาตัวให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อคืน เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นคืนที่ 3 คนร้ายกระจายกำลังก่อเหตุลอบวางระเบิด และวางเพลิง โดยพุ่งเป้าร้านสะดวกซื้อฯ

โดยที่ร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านตาแบ๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลลางา อำเภอมายอ นับเป็นแห่งที่ 2 ที่ตกเป็นเป้าหมายของคนร้าย หลังจากที่ก่อนหน้าเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา คนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดกับร้านสะดวกซื้อ สาขาบางปู อำเภอยะหริ่ง โดยรวมความเสียหายของร้านฯ ทั้ง 2 แห่ง รวมกันกว่า 20 ล้านบาท

แม้ว่าร้านสะดวกซื้อ สาขาบ้านตาแบ๊ะ จะปรับมาตรการ โดยปิดป้ายประกาศหน้าร้านให้ลูกค้าทราบว่า จะเปิดให้บริการ เวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน เพื่อความปลอดภัย แต่คนร้ายก็ยังหาโอกาสเข้ามาก่อเหตุจนได้

มีรายงานว่ากลางดึกเมื่อคืน เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมตัว ชายต้องสงสัยได้ 2 คน นำตัวเข้าศูนย์ซักถาม ตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง และขยายผลถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ขณะที่ช่วงค่ำเมื่อวาน กอรมน. 4 ส่วนหน้า สรุปเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม เกิดขึ้นทั้งหมด 75 เหตุการณ์ มีผู้บาดเจ็บ 11 คน แบ่งเป็นชาย 6 คน หญิง 5 คน เกิดความเสียหายต่ออาคาร 17 แห่ง ยานพาหนะ 40 คัน เสาไฟฟ้า 32 ต้น เสาสัญญาณโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด 4 ตัว

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ให้ข้อมูล ก่อนเกิดเหตุที่จังหวัดนราธิวาส 2 วัน กลุ่มก่อความไม่สงบ จัดส่งกำลังแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ ข้ามแดนเข้ามายังพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา เพื่อเตรียมอาวุธ และเครื่องกระสุนจำนวนมากที่จะใช้ก่อเหตุ

กลุ่มก่อความไม่สงบจะก่อเหตุต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ และตอบโต้ภาครัฐ

ส่วนความคืบหน้ากรณี ชาย อายุ 21 ปี ชาวบ้านจะแนะ ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส อ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่ยิงลงจากเฮลิคอปเตอร์ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเรื่องนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ยืนยันสวนกลับ ว่าปฏิบัติการคืนนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธ ทั้งทางอากาศหรือภาคพื้นดิน

ประเด็นนี้ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ บอกว่า ทางกองทัพฯ น่าจะมีการตรวจสอบหรือตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน แล้วค่อยออกมาแถลงปฏิเสธ ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุด คือ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และถ้าสิ่งที่ ผู้บาดเจ็บ พูดเป็นเท็จ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการทางกฏหมาย แต่หากสิ่งที่พูดเป็นความจริง ก็ต้องยอมรับแล้วนำความจริงแล้วมาคุยกัน

ส่วนถนนบริเวณจุดเกิดเหตุ เป็นทางโค้งขึ้นเขา สองข้างทางเป็นป่า และมีร่องรอยกระสุนบนถนน ประมาณ 10 จุด

เพื่อนของผู้บาดเจ็บ ทั้ง 3 คน ที่อยู่กับผู้บาดเจ็บในคืนเกิดเหตุ ยืนยันว่า คืนนั้นมองเห็นเฮลิคอปเตอร์บินจริง แล้วมีเสียงปืนดังตามมา ก่อนพบว่ามีเพื่อน ถูกยิงบาดเจ็บ จากนั้นพวกตนพากันไปขอความช่วยเหลือ ที่ อบต.ช้างเผือก

ส่วน นายนูเซ็ง ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ฐานะตนเป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นคนกลาง ได้ฟังข้อเท็จจริงจากลูกบ้าน ยืนยันว่า ชายคนที่ได้รับบาดเจ็บ กับเพื่อนอีก 3 คน ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่

สอบถามความเห็น นายอนาลโย กอสกุล แอดมินเพจฯ ThaiArmedForce.com ให้ความเห็นถึงกรณีที่มีข้อถกเถียงการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่วัยรุ่นได้รับบาดเจ็บ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ ในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า

ตามความเห็นแพทย์ พบว่าแผลกระสุนเข้าบริเวณสะดือ ทะลุสะโพก มุมเอียง 30 องศา รูกระสุนไม่ได้เกิดจากกระสุนที่มีอานุภาพร้ายแรงที่ยิงจากอาวุธสงคราม แต่ก็ไม่ได้สรุปว่า ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์หรือไม่

ส่วนตัวจึงสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจาก กระสุนปืนพก และถ้าเป็นปืนชนิดนี้ ก็คงไม่ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ เพราะความแม่นยำต่ำ ยิงหวังผลน้อยมาก ถ้าเป็นการยิงจากบนพื้นโดยคนอื่น คนนั้นจะต้องอยู่ห่างจากผู้บาดเจ็บไม่เกิน 5 เมตร ชูปืนขึ้นเหนือศีรษะแล้วยิงกดลงมา ถึงจะได้วิถีกระสุนแบบนั้น แต่ถ้ามองความเป็นไปได้มากที่สุด น่าจะเกิดจากปืนลั่นใส่ตัวเองมากกว่า

ถามความเป็นไปได้ ในการสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมาเพื่อปลุกกระแสความแตกแยกในพื้นที่ ส่วนตัวยังไม่คิดถึงขั้นนั้น ถ้ามองอย่างเป็นกลาง ก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นความสับสนของผู้บาดเจ็บ และญาติ หากจะบอกว่าเป็นการใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่ล่า ก็ต้องดูว่า ผู้บาดเจ็บมีหมายจับ หรือเป็นผู้ต้องสงสัยร้ายแรง ถึงขนาดต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ไล่ล่าหรือไม่

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้น มีหลักฐานที่ไม่แน่ชัด ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวน และชี้แจงด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยให้สังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง