ชง ครม.อนุมัติงบฯ เยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท

View icon 20
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 11.07 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ที่ประชุม ครม.วันนี้ เตรียมพิจารณาอนุมัติงบกลางช่วยเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาทต่อครัวเรือน

ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงการเยียวยาน้ำท่วม

โดยรัฐบาลเตรียมนำงบกลางเข้าที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติงบเยียวยาให้ประชาชน 9,000 บาทต่อครัวเรือน และจะอนุมัติงบเยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วม รายละ 330,000 บาท หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย

นายยศชนัน บอกว่า ในที่ประชุม ครม. จะพิจารณาถึงมาตรการเยียวยา โดยบ่ายวันนี้ จะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า สถานการณ์น้ำท่วม และดินถล่มในจังหวัดน่านส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาในพื้นที่ ทั้งเรื่องความปลอดภัยของบุคลากรทางการศึกษา และทรัพย์สินของสถานศึกษา

เบื้องต้นได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่านทั้ง 3 เขต สำรวจความปลอดภัยอาคารเรียนและจัดสรรงบประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อทำความสะอาดฟื้นฟูพื้นที่ทั้ง 3 เขต และให้อาชีวะศึกษาจังหวัดน่าน ระดมทีมช่างจิตอาสาซ่อมแซมอุปกรณ์ให้ผู้ประสบภัย หลังจากนี้จะให้ประเมินความปลอดภัยอาคารสถานที่ทุกแห่งอย่างละเอียด ก่อนเปิดเรียน โดยจะไม่เปิดเรียนจนกว่ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ครูและนักเรียนจะปลอดภัย

ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่า จะเร่งสำรวจความเสียหายของสถานประกอบการและโรงงานแต่ละแห่งว่า ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด พร้อมกำชับอุตสาหกรรมจังหวัด ลงพื้นที่สำรวจสถานประกอบการว่า มีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างปลอดภัย

ส่วนผู้ประกอบการ SME และเจ้าของโรงงานที่เดือดร้อนด้านเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการ ธนาคารเอสเอ็มอีแบงก์ พร้อมสนับสนุนสินเชื่อในอัตราพิเศษ

ขณะที่ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บอกว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีอุทกภัย เพิ่มเติมให้จังหวัดน่าน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย แบ่งเป็น ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ไม่เกินหลังละ 88,600 บาท

กรณีเช่าบ้าน ช่วยเหลือค่าเช่าบ้านครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท ไม่เกิน 2 เดือน ค่าซ่อมแซมโรงเรือการเกษตร ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กรณีบาดเจ็บสาหัส 5,000 บาท กรณีขั้นพิการ 16,600 บาท และค่าจัดการศพรายละไม่เกิน 35,700 บาท

ซึ่ง ปภ. ประสานจังหวัดน่าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้อำนวยความสะดวกประชาชนเรื่องเอกสารในการยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือรูปถ่ายแนบ ให้ผู้ประสบภัยแจ้งข้อมูลที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมให้อำเภอดำเนินการต่อไป

หลังระดับน้ำลดลง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งสำรวจความเสียหายภาคการเกษตร เบื้องต้นพบ พื้นที่เกษตร 9 อำเภอ เสียหายกว่า 14,900 ไร่ กระทบเกษตรกร 6,538 คน โดยข้าวเสียหายมากที่สุดกว่า 9,121 ไร่ พร้อมเตรียมพันธุ์พืชและเชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด

ส่วนการจ่ายเงินชดเชยภัยพิบัติรอบนี้ เกษตรกรอาจได้เงินชดเชยเพิ่มขึ้น โดยนาข้าว จากไร่ละ 1,340 บาท เป็นไร่ละ 2,240 บาท พืชไร่และพืชผัก จากเคยจ่ายไร่ละ 1,980 บาท อาจเพิ่มเป็น สูงสุดไร่ละ 6,800 บาท ไม้ยืนต้นจากไร่ละ 4,048 เป็นไร่ละ 6,800 บาท

ส่วนกรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต แต่ไม่ตาย และยังสามารถฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ หรือกรณีผลผลิตได้รับผลกระทบจนเสียหาย จะให้ความช่วยเหลือไร่ละ 3,400 บาท โดยทั้ง 2 กรณีต้องไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

นอกจากนี้ หากพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจากการถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทุกชนิดทับถม จนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ หรืออาจทำให้พืชผลเสียหาย หน่วยงานของรัฐไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ จะให้ความช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดลอกและขนย้ายเศษซากวัสดุที่ทับถม เพื่อให้กลับมาใช้พื้นที่เพาะปลูกได้ โดยช่วยเหลือในขนาดพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ ไร่ละ 16,000 บาท

กรมส่งเสริมการเกษตร ย้ำว่า เกษตรกรต้องเร่งตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร ยื่นแบบ กษ 01 ให้ครบถ้วน ผ่านการรับรองความเสียหาย เข้าร่วมประชาคม และติดตามประกาศผลการพิจารณา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง