ห้องข่าวภาคเที่ยง - ผัว-เมียเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ประเทศเมียนมา ตระเวนกดเงินสดตามคำสั่งหัวหน้าแก๊ง สุดท้ายถูกตำรวจนครบาล เข้ารวบตัวคาตู้กดเงิน
ภาพสืบนครบาล เสี่ยงชีวิตเข้าตะครุบตัว นายบุณยวัฒน์ อายุ 24 ปี ขณะกำลังถอนเงินสด ตามคำสั่งของหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ชาวเมียนมา ส่วนแฟนสาวนั่งรออยู่ในรถ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนพระราม 2 ซอย 47 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ แต่หลังผู้ต้องหาถูกตำรวจจับ แฟนสาวก็ข้ามมานั่งฝั่งคนขับเเหยียบคันเร่งขับฝ่าวงล้อมตำรวจ
หลบหนีจนเกิดอุบัติเหตุแต่ก็ยังไปต่อ สุดท้ายจนมุมที่ปั๊มน้ำมัน ถนนพุทธบูชา เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ทราบชื่อ คือ นางสาวลลิตา หรือ อุ้ยอ้าย อายุ 29 ปี รับสารภาพว่าที่ขับหนีตำรวจเพราะตื่นตัวจากฤทธิ์ยาเสพติด ซึ่งภายในรถพบไอซ์จำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ
หลังการจับกุมตำรวจพาตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปขยายผลตรวจค้นที่บ้านพัก ซอยประชาอุทิศ 33 แยก 10 พบ นางสาวนาคตยา ผู้ต้องหาตามหมายจับอีกคนหนึ่ง พร้อมของกลางคีตามีน และสลิปการฝาก-ถอนเงิน จำนวนมาก
คดีนี้เริ่มจากมีผู้เสียหายสั่งซื้อสินค้าผ่าน TikTok แต่ไม่ได้รับสินค้า มาขอความช่วยเหลือ ตำรวจจึงสืบสวนเชิงลึกจนทราบพฤติกรรมคนร้ายว่าได้นำคลิปและภาพสินค้ามาโพสต์ขายในราคาถูก เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้า จากนั้นหัวหน้าขบวนการจะมอบหมายให้เครือข่ายตระเวนถอนเงินสด
กระทั่งตำรวจพบชาย-หญิง คู่หนึ่ง มีพฤติกรรมต้องสงสัยตระเวนกดเงินสดหลายที่ และก้มหน้าแช็ตสนทนาในโทรศัพท์ตลอดเวลา จึงสะกดรอยตามจนพบว่าเป็นเครือข่ายสำคัญในแก๊งสแกมเมอร์
เบื้องต้น นายบุณยวัฒน์ รับสารภาพว่า ช่วงวิกฤติโควิด-19 ตนเองกับ นางสาวลลิตา ไปทำงานกับแก๊งสแกมเมอร์ จังหวัดสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เป็นเวลา 3 ปี จนบอสชาวจีนถูกใจไม่ยอมปล่อยตัว ต่อมาเกิดความไม่สงบที่ชายแดน ตนกับแฟนสาวจึงทิ้งเงินประกัน 900,000 บาท และเดินทางกลับไทย มาเปิดร้านขายหมูปิ้งแต่ก็ไปไม่รอด จึงติดต่อคนรู้จักกลับไปเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ตระเวนกดเงินสด ก่อนถูกตำรวจจับกุม