ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชาวบ้านในหลายตำบลของ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ยังรอการช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาหนักขาดน้ำกินน้ำใช้ และบางหมู่บ้านยังเข้าไปช่วยเหลือลำบาก
ที่บ้านเฮี๊ย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว พบว่าที่นี่ค่อนข้างลำบาก แม้ว่ามีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟู ทั้งเร่งติดตั้งเสาไฟฟ้า เพื่อจ่ายไฟให้กับชาวบ้าน เพราะในช่วงน้ำป่าหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน เสาไฟฟ้าและบ้านเรือนพังเสียหาย บ่อบาดาลถูกดินโคลนอัดเต็มบ่อ ต้องบอกว่าที่หมู่บ้านนี้ ระบบน้ำประปายังเข้าไปไม่ถึง ใช้เพียงบ่อบาดาลเท่านั้น แต่ตอนนี้บ่อทุกบ่อเต็มไปด้วยโคลน ชาวบ้านพยายามไปตักน้ำจากคลอง ก็ไม่สามาถใช้ได้เนื่องน้ำยังขุ่น และชาวบ้านเองก็ยังไม่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านได้ เนื่องจากเต็มไปด้วยโคลน จะเข้าส้วมก็เข้าไม่ได้ น้ำไม่มีและโคลนยังทับถม ต้องแก้ปัญหาด้วยการใส่ถุงพลาสติกแทน
จากการพูดคุยกับชาวบ้าน สิ่งแรกที่ต้องการตอนนี้คือ ขอให้ทางการเข้ามา "เจาะบ่อน้ำบาดาลน้ำลึก" เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำกินน้ำใช้
อธิบายอย่างนี้ การเจาะบ่อน้ำบาดาลน้ำลึก คือ จะต้องเจาะลงไปชั้นดินที่มีความลึกเกินกว่า 15 เมตรขึ้นไป เพื่อลงไปนำน้ำจากชั้นกรวดทราย หรือชั้นหินแข็งมาใช้งาน ซึ่งบางพื้นที่อาจต้องเจาะลึกตั้งแต่ 30-200 เมตร
ส่วนความคืบหน้าการสร้างสะพานเหล็กชั่วคราว หรือ สะพานเบลีย์ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน 3 ตำบล คือ ตำบลภูคา, ตำบลศิลาแลง และ ตำบลวรนคร ซึ่งมีทั้งหมด 14 หมู่บ้าน 4,000 กว่าคน ในพื้นที่ อำเภอปัว ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โดยตัวสะพานเดิมถูกน้ำป่าไหลหลากซัดสะพานพังเสียหาย และยังมีดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง ต้องลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือ ทั้งข้าวกล่อง น้ำดื่ม ยารักษาโรค ทางเฮลิคอปเตอร์ บินเข้าไปเท่านั้น
ล่าสุดแขวงทางหลวงน่านที่ 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ติดตั้งสะพานเหล็กชั่วคราว เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเปิดให้สัญจรไปมาได้ สะพานรับน้ำหนักได้เพียงรถขนาดเล็ก รถใหญ่ รถบรรทุกไม่สามารถข้ามได้
อุปสรรคสุดท้ายที่จะขึ้นสู่ดอยภูคา ที่ตั้ง 3 ตำบล คือถนนทางหลวงหมายเลข 1256 ตอนปัว-อุทยานแห่งชาติดอยภูคา-บ่อเกลือ บริเวณกิโลเมตรที่ 8+700 โค้งห้วยเย็น หรือที่รู้จักคือ "ช่วงโค้งห้วยเย็นมรณะ 9 ศพ" ที่เคยมีอุบัติเหตุรถเบรกแตกขณะลงจากดอย เสียชีวิต 9 ศพ เมื่อวันที่ 18 เมษายนต้นปีที่ผ่านมา
จุดนี้มีดินสไลน์ลงมาปิดเส้นทาง ซึ่งศูนย์สร้างทางได้เข้าไปเร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูเส้นทาง นำเครืองจักรหนักเข้าไปปรับพื้นที่ เปิดให้สัญจรได้เฉพาะรถพยาบาล และรถที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน