คุมเข้ม! เหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐาน กำหนดเป็น “สินค้าควบคุม” คาดมีผลต้นปีหน้า

คุมเข้ม! เหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐาน กำหนดเป็น “สินค้าควบคุม” คาดมีผลต้นปีหน้า

View icon 17
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 10.21 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“วราวุธ” เร่งคุมเหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐานเป็น “สินค้าควบคุม” คาดมีผลต้นปีหน้า สกัดเหล็กคุณภาพต่ำ-นำเข้าราคาถูก ชูยกระดับคุณภาพแข่งขัน
.
วันนี้ (25 ส.ค.69) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงเร่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. เตรียมเสนอ ครม. ให้เหล็กแผ่นเคลือบ 4 มาตรฐาน จากเดิมเป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ยกระดับเป็น “สินค้าควบคุม” เพื่อป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำเข้าสู่ตลาด
.
ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหล็กไทย เผชิญแรงกดดันจากเหล็กนำเข้าราคาถูกและการทุ่มตลาด ทำให้ผู้ผลิตในประเทศแข่งขันได้ยาก การกำหนดมาตรฐานให้เป็นสินค้าควบคุม จะทำให้เหล็กที่ขายในไทย ไม่ว่าจะผลิตในประเทศหรือนำเข้า ต้องผ่านมาตรฐานเดียวกัน
.
โดยมาตรฐานที่จะยกระดับมี 4 รายการ ได้แก่ มอก. 2131-2567 เหล็กชุบสังกะสีเคลือบสี หรือ PPGI สำหรับหลังคา ผนังอาคาร และงานก่อสร้าง, มอก. 2753-2567 เหล็กอลูซิงค์เคลือบสี หรือ PPGL ที่เด่นด้านกันสนิมและสะท้อนความร้อน, มอก. 2981-2567 เหล็ก ZAM ที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง เหมาะกับโครงสร้างโซลาร์เซลล์และงานกลางแจ้ง และ มอก. 3059-2567 เหล็กเคลือบสังกะสี อะลูมิเนียม และแมกนีเซียม สำหรับงานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและทนสนิม เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
.
โดยหัวใจสำคัญ คือ เหล็กทั้ง 4 กลุ่มต้องผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งความทนละอองน้ำเกลือ ซึ่งบางมาตรฐานกำหนดการทดสอบยาวถึง 2,000 ชั่วโมง ความแข็งแรงและการติดแน่นของสี ความทนแรงกระแทก การสะท้อนแสงอาทิตย์ ตลอดจนความต้านแรงดึงและความเค้นคราก เพื่อให้มั่นใจว่าเหล็กมีความทนทานและเหมาะสมกับการใช้งานจริง
.
นายวราวุธ กล่าวว่า หาก ครม. เห็นชอบ คาดว่ามาตรฐานทั้ง 4 ฉบับจะมีผลบังคับใช้ภายในต้นปี 2570 เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายมีเวลาเตรียมความพร้อม โดยสินค้าจะต้องผ่านมาตรฐานและมีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดจึงจะผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายได้
.
สำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตเดิมอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนจากใบอนุญาต มอ.2 สำหรับมาตรฐานภาคสมัครใจ เป็น มอ.4 สำหรับสินค้าควบคุมได้ทันที โดยไม่ต้องตรวจโรงงานหรือเก็บตัวอย่างใหม่ เพื่อลดภาระและไม่ให้กระทบผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานอยู่แล้ว
.
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ปิดกั้นสินค้านำเข้า แต่กำลังสร้างกติกาเดียวกันให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันบนคุณภาพ ใครจะผลิตหรือนำเข้าเหล็กมาขายในไทย ต้องมั่นใจว่าได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ และอุตสาหกรรมเหล็กไทยสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง