กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ เดินหน้าแผนเก็บค่าธรรมเนียมวีซา H-1B จำนวน 103,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.37 ล้านบาท) ต่อคน ค่าธรรมเนียมที่เสนอใหม่นี้จะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วนของรัฐบาลกลางในการบริหารจัดการระบบการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย
วันนี้ (25 ส.ค. 69) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ได้เสนอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมวีซา H-1B อยู่ที่ 103,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.37 ล้านบาท) ต่อคน ซึ่งเป็นการเดินหน้าแผนเก็บค่าธรรมเนียมวีซา (VISA) หลังศาลสหรัฐฯ ได้สั่งยกเลิกการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.26 ล้านบาท) ที่เคยมีการเสนอก่อนหน้านี้
โดยทางกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ระบุว่า ค่าธรรมเนียมที่เสนอใหม่นี้จะช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วนของรัฐบาลกลางในการบริหารจัดการระบบการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย ครอบคลุมทั้งต้นทุนในกระบวนการพิจารณาและตัดสินคำร้อง รวมถึงบริการด้านการแปลงสัญชาติ โดยทางกระทรวงฯ ประเมินว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะสร้างรายได้ราว 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 287,000 ล้านบาท) ต่อปี เมื่ออิงจากจำนวนผู้ยื่นคำร้องขอวีซา H-1B ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 85,000 คนต่อปี
อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมดังกล่าวจะไม่ใช้กับคำร้องขอวีซา H-1B ที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบโควตา เช่น คำร้องที่ยื่นโดยองค์กรวิจัยไม่แสวงหากำไรบางแห่ง องค์กรวิจัยของรัฐบาล และสถาบันอุดมศึกษา
ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ จะเปิดรับความเห็นจากสาธารณชนเป็นเวลา 30 วัน ก่อนข้อเสนอดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ โดย เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) รายงานว่า หากข้อเสนอใหม่นี้ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้าย ภาคเทคโนโลยีและภาคการเงินจะต้องแบกรับภาระเพิ่มเติมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นภาคส่วนที่พึ่งพาวีซา H-1B เพื่อจ้างงานบัณฑิตต่างชาติที่มีความสามารถจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ