ธารน้ำแข็งพังถล่มอาจเป็นสาเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ชายแดน เนปาล -ทิเบต

ธารน้ำแข็งพังถล่มอาจเป็นสาเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ชายแดน เนปาล -ทิเบต

View icon 30
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 16.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผู้เชี่ยวชาญชี้อุทกภัยครั้งใหญ่ชายแดน เนปาล-ทิเบต เกิดจากธารน้ำแข็งพังทลาย ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า หิมะละลายหายไปในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเกิดภัยพิบัติ

น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นในบริเวณชายแดนเทือกเขาหิมาลัยระหว่างเนปาลและทิเบตของเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 ทำให้มีผู้เสียชีวิต และ สูญหายจำนวนมาก เบื้องต้นมีรายงานว่า มีสูญหายเกือบ 1,500 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติถึง 800 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน อ้างอิงผู้เชี่ยวชาญ ว่า สาเหตุของน้ำท่วมฉับพลัน มีการคาดการณ์ว่า มาจากส่วนล่างของธารน้ำแข็ง (glacier snout) ในเทือกเขาหิมาลัยได้พังทลายลงและถล่มลงสู่พื้นหุบเขา

รายงานเบื้องต้นระบุว่าการพังทลายอาจเกิดจากแผ่นดินไหว แต่สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US Geological Survey) กล่าวว่าการสั่นสะเทือนที่รายงาน แท้จริงแล้วเป็นพลังงานแผ่นดินไหวที่เกิดจากการพังทลายของหินและน้ำแข็งในธารน้ำแข็ง ตามด้วยการไหลของเศษหินและน้ำแข็ง จากนั้นได้ไหลทะลัก  ลงสู่แม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) ซึ่งไหลขนานไปตามแนวชายแดนภูเขาระหว่างเนปาลและทิเบต

เหตุดินโคลนถล่มได้ซัดเข้าใส่ท่าเรือจีหลง (Gyirong port) ในทิเบตและทะลักเข้าสู่เนปาล ก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากความเร็วสูงที่พัดทำลายถนนทั้งสายและโครงการพลังงานไฟฟ้าจนพังพินาศ พร้อมทั้งเข้าท่วมหมู่บ้านหลายแห่ง

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงอุทกภัยระดับหายนะในเทือกเขาหิมาลัย  โดย แดน ชูการ์ (Dan Shugar) นักวิทยาศาสตร์โลกและรองศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลการี(University of Calgary) ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่าหิมะปริมาณมากได้ละลายหายไปในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเกิดภัยพิบัติ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ สภาพอากาศน่าจะร้อนขึ้นมาก

องค์การสหประชาชาติเคยระบุไว้เมื่อปี 2023 ว่า เทือกเขาหิมะของเนปาลสูญเสียพื้นที่น้ำแข็งไปเกือบ 1 ใน 3 ในเวลาเพียง 30 กว่าปีอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน พร้อมเสริมว่า ธารน้ำแข็งในเนปาลซึ่งแทรกตัวอยู่ระหว่างสองประเทศผู้ปล่อยคาร์บอนรายใหญ่ อย่างอินเดียและจีน มีอัตราการละลายเร็วขึ้นถึง 65% ในทศวรรษที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้า

แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเตือนว่าไม่ควรระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยชี้ขาดเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้เกิดการถล่มของธารน้ำแข็ง แต่พวกเขาก็ชี้ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นและการละลายของธารน้ำแข็งน่าจะมีส่วนร่วมในภัยพิบัติครั้งนี้

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของภัยพิบัติยังคงอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าน่าจะเริ่มจากการเกิดหิมะและหินถล่มขนาดใหญ่บริเวณลาดเขาทิศเหนือของยอดเขาลังตัง ลีรุง (Langtang Lirung) ในเนปาล แล้วไหลงลงสู่แม่น้ำลินเดอ โคลา (Lhende Khola) ฝั่งทิเบต

เหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความเสียหายแก่โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่อย่างน้อย 6 แห่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ณ ศูนย์กลางการค้าท่าเรือจี๋หลง (Gyirong Port) นอกจากนี้ยังส่งผลให้ลำน้ำเปลี่ยนทิศทางไกลออกไปกว่า 100 กิโลเมตร ทางตอนใต้ ใกล้กับชายแดนอินเดีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง