กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาต่อเนื่อง เตือนอำเภอริมน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาต่อเนื่อง เตือนอำเภอริมน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

View icon 31
วันที่ 28 ส.ค. 2569 | 10.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รับมือน้ำเหนือ! กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาต่อเนื่อง เตือนอำเภอริมน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เตรียมรับมือระดับน้ำสูง

กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาวันนี้ (28 ส.ค.69) เวลา 06.00 น.ที่สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,018 ลบ.ม./วินาที โดยเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำ 620 ลบ.ม./วินาที

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน คาดการณ์ว่าในวันนี้ ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1,000–1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็น 1,100–1,200 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อน โดยเร่งผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเพื่อตัดยอดน้ำ พร้อมปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา 700–1,000 ลบ.ม./วินาที เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือ ซึ่งการปรับระบายน้ำดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60–1.50 เมตร

อย่างไรก็ตาม จะมีพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือ ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน 6 อำเภอ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา , อำเภอผักไห่ , อำเภอบางบาล , อำเภอพระนครศรีอยุธยา , อำเภอบางปะอิน และ อำเภอบางไทร

“ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกสะสม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน”