วันนี้ (28 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ หลังอ้างว่าถูกชายไม่ทราบชื่อทำร้ายร่างกายภายในนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จนได้รับบาดเจ็บและตกลงไปในร่องคูน้ำข้างทาง
น.ส.เอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ (28 ส.ค. 69) เวลาประมาณ 07.20 น. ขณะตนขี่รถจยย. ออกจากหมู่บ้าน เพื่อเดินทางไปทำงาน เมื่อมาถึงบริเวณปากซอยบางลำผี ซึ่งมีรถจยย. ต่อแถวเพื่อเลี้ยวเข้านิคมอุตสาหกรรม ได้มีชายคนหนึ่งขี่รถจยย. เข้ามาด้านข้างและพยายามแทรกเข้าแถว แต่ตนไม่ได้เปิดทางให้ ทำให้ชายดังกล่าวไม่พอใจและมีการโวยวายต่อว่ากัน ระหว่างที่รถเคลื่อนตัว ชายคนดังกล่าวยังขี่รถจยย. ตามมาและเข้ามาขนาบข้าง พร้อมต่อว่าเรื่องการเบียดรถ และมีการง้างมือคล้ายจะชก ตนจึงชี้แจงว่าเป็นฝ่ายต่อแถวมา แต่ชายดังกล่าวไม่ได้ต่อแถว จากนั้นตนจึงขี่รถจยย. ต่อไปตามปกติ
กระทั่งมาถึงบริเวณปากซอยแห่งหนึ่ง ผู้เสียหายหันไปมองกระจกหลัง พบว่าชายคนดังกล่าวยังขี่รถจยย. ติดตามมา แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรง จึงขี่รถจยย. ต่อไปเพื่อเดินทางไปทำงานตามปกติ
และเมื่อเข้าสู่ซอยแห่งหนึ่ง ช่วงกลางซอย ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถจยย. ขึ้นมาขนาบข้าง ก่อนหักรถเข้าหารถจยย. ของตนในลักษณะพยายามเบียดจนเกือบเสียหลัก แต่ตนสามารถประคองรถไว้ได้ และขี่รถจยย. ต่อไปจนถึงบริเวณหน้าบริษัท เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว ชายคนเดิมยังมีลักษณะพยายามเบี่ยงรถจยย. เข้าหาอีกครั้ง ตนเห็นว่าอาจเกิดอันตราย จึงตัดสินใจจอดรถจยย. และลงจากรถ
จากนั้นชายคนดังกล่าวขี่รถจยย. เลยไปเล็กน้อย ก่อนวนรถกลับมาจอดใกล้ตนและตะโกนด่าทอ จากนั้นชายคนดังกล่าวได้สาวหมัดเข้ามาที่บริเวณใบหน้าของตน ตนจึงพยายามป้องกันตัว ก่อนเกิดการชุลมุน ทำให้ตนเสียหลักตกลงไปในร่องคูน้ำข้างทาง ขณะที่ชายคนดังกล่าวก็ล้มลงเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าตนตกลงไปในคูน้ำแล้ว ชายคนดังกล่าวจึงได้ลุกขึ้นขี่รถจยย. หลบหนีออกจากบริเวณดังกล่าวทันที
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายมีอาการปวด เจ็บ และบวมบริเวณใบหน้า รวมถึงมีบาดแผลถลอกตามมือ ก่อนหอบร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปู เพื่อขอให้ติดตามตัวชายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง เพื่อหาเบาะแสของชายผู้ก่อเหตุ และติดตามตัวมาสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางภายในนิคมฯ มีร่องคูน้ำอยู่ริมทาง แต่จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่พบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุที่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากจุดอื่นตามเส้นทาง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามตัวชายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป