เวลา 08.35 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในงานวันมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT Day) ครบรอบ 36 ปี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนฯ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงเรียน และสืบสานอุดมการณ์พัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถควบคู่คุณธรรม สร้างประโยชน์แก่ประเทศและสังคม
โอกาสนี้ พระราชทานรางวัลนักเรียนเก่าดีเด่น 3 รางวัล ได้แก่ ด้านผู้มีผลงานโดดเด่นทางวิชาการ ผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพ และผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม, พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่บุคลากรที่มีอายุการปฏิบัติงาน 25 ปี ขึ้นไป จากนั้น มีพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า "ขอให้นักเรียนทุกคนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน รู้จักใช้ความรู้สร้างประโยชน์ รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น และไม่ลืมว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของการศึกษา คือการเป็นทั้งคนมีความรู้และเป็นคนดี หากมีทั้งสองประการนี้แล้ว ไม่ว่าจะทำงานสาขาใด ก็จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี"
ในการนี้ ทรงฟัง นายจิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์ นักเรียนเก่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 16 บรรยายพิเศษ หัวข้อ "The journey of Scientist : จากนักเรียน MWIT สู่นักสร้างเทคโนโลยีแห่งอนาคต" กล่าวถึง เส้นทางการศึกษาที่ได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปพัฒนาประเทศ เคยเป็นตัวแทนประเทศ ไปแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิคระดับนานาชาติ ในปี 2009 ชนะเลิศรางวัลเหรียญเงิน, ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร สาขาฟิสิกส์ และด้านควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีควอนตัม มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ ปัจุบันเป็นผู้บุกเบิกการใช้งานด้านเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการคำนวณ การรักษาความปลอดภัย และการตรวจวัดที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจ อุตสาหกรรม การแพทย์ และการบริหารประเทศในอนาคต
ในงานยังมีการแสดงดนตรีของวง MWIT Strings Orchestra และนิทรรศการแสดงพัฒนาการของโรงเรียนตลอด 36 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคบุกเบิกและวางรากฐานโรงเรียนวิทยาศาสตร์, การก้าวสู่ระดับสากลและการขยายเครือข่าย, การยกระดับการศึกษาไทยสู่ระดับนานาชาติ ตลอดจนการหลอมรวมศักยภาพและความคิดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่และนำวิทยาศาสตร์ไปพัฒนาสังคม
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและกรมสามัญศึกษา จัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาบนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2533 เริ่มจัดการเรียนการสอน ในปีการศึกษา 2534 ได้รับความอนุเคราะห์จากพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ให้ใช้สถานที่ปฏิบัติธรรมของวัด เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราว ก่อนย้ายไปสถานที่ตั้งปัจจุบันบนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาปี 2543 มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เป็นองค์การมหาชน และเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรผลงานด้านเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ ได้แก่ PALearn เป็นแอปพลิเคชันการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ช่วยวิเคราะห์ผู้เรียนและปรับเนื้อหา วิธีเรียน และเส้นทางการเรียนให้เหมาะกับแต่ละคน เพื่อให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองและพัฒนาได้เต็มศักยภาพ, Alvis เป็นหุ่นยนต์ ที่นักเรียนและครู MWIT คิดพัฒนาตั้งแต่การออกแบบ ผลิตชิ้นส่วน และพัฒนาโปรแกรม ทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวและสื่อสารกับผู้ใช้งานได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักเรียนในการสร้างนวัตกรรมจากความรู้สู่การใช้งานจริง, PAKID เป็นเว็บแอปพลิเคชัน เพื่อการเรียนรู้กลศาสตร์ควอนตัมด้วย AI ออกแบบให้ AI เป็นคู่คิดของผู้เรียน ผ่านการสนทนา และตั้งคำถาม เพื่อสร้างความเข้าใจ และค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง, PASOOK เป็นระบบต้นแบบ ส่งเสริมสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยออกกำลังกายและฝึกสมอง เพื่อส่งเสริมสุขภาพและลดความเสี่ยงจากการล้ม, "หุ่นยนต์ดินสอ" หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ ฝีมือคนไทย ช่วยอำนวยความสะดวกในโรงพยาบาลแบบ One Stop Service ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ และทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ รวดเร็ว สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะ และการแสดงดนตรี ช่วยพัฒนาสมอง เพิ่มสมาธิ และเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนและการใช้ชีวิต
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่แรกตั้ง จวบจนปัจจุบัน โดยได้พระราชทานนามโรงเรียน และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระราชลัญจกร "มหิดล" เป็นตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน เป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติภูมิของโรงเรียน ย้ำเตือนถึงพันธกิจในการมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพ นำความรู้ความสามารถไปสร้างประโยชน์และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศชาติสืบไป