กทม.ส่งแบ็กโฮขุดหาต้นเพลิง และฉีดน้ำคุมสถานการณ์ ด้านผู้ประกอบการทยอยแจ้งความเสียหาย เปิดใจ ไม่คาดคิดจะเกิดเหตุ กังวลไม่ได้รับการเยียวยา ยืนยัน คลองถมเซ็นเตอร์ ไม่มีระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำ
วันนี้ ( 29 ส.ค. 69 ) บรรยากาศเช้านี้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป ส่วนในที่เกิดเหตุ ยังคงมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา ปกคลุมเป็นจำนวนมาก มีกลิ่นเหม็นไหม้อย่างรุนแรง จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย ส่วนโครงสร้างภายในพังเสียหายยับเยิน เหล็กทรุดตัวงอลงมา ซึ่งทาง กทม.ได้มีการเตรียมรถดับเพลิงเตรียมพร้อมไว้หลายคัน รวมทั้งเตรียมรถแบ็กโฮ ค้นหาจุดต้นเพลิง พร้อมกับระดมฉีดน้ำ เนื่องจากยังมีบางจุดที่มีประกายไฟปะทุขึ้นมา
ขณะที่ผู้ประกอบการ ที่มาลงทะเบียนแจ้งความเสียหาย เปิดเผยกับทีมข่าวว่า เปิดร้านขายกุญแจมานานกว่า 30 ปี ร้านตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าแม่ไทรทอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดต้นเพลิงที่เป็นร้านขายลำโพง ในช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ร้านค้าปิดหมดแล้ว และไม่มีใครอยู่ หลังเกิดเหตุลูกสาวได้เดินทางมาดูพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปด้านใน เนื่องจากไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างหนัก และมีโครงสร้างเริ่มถล่ม การเข้าพื้นที่จึงเสี่ยงต่ออันตราย
สำหรับความเสียหายในครั้งนี้ สินค้าประเภทกุญแจและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สต็อกไว้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมาตลอด 30 ปี จากที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุไฟไหม้ในพื้นที่บ้าง แต่ก็สามารถควบคุมเพลิงและดับได้ทันทุกครั้ง
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุ และการลุกลามของเพลิงไหม้ครั้งนี้ว่า เพลิงได้ลุกลามมาตามสายไฟฟ้าจนเข้ามาถึงตัวร้าน ทั้งที่โดยปกติแล้ว เมื่อถึงเวลาปิดร้านช่วง 2 ทุ่ม ร้านค้าในพื้นที่รวมถึงจุดเกิดเหตุจะมีการสับคัตเอาท์ เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าลงทั้งหมด ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดไฟจึงยังลัดวงจร หรือลุกลามมาตามสายไฟฟ้าได้อีก
ขณะเดียวกันเมื่อสอบถามถึงระบบป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่ผู้ประกอบการ ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นการเข้ามาตรวจเช็กระบบความปลอดภัยหรือระบบไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ และในพื้นที่คลองถม ก็ไม่มีระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำ มีเพียงช่วง 2-3 วันก่อนเกิดเหตุที่เห็นผู้ดูแลตลาดเดินลงพื้นที่ แต่ก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นการตรวจเช็กระบบไฟหรือไม่ ซึ่งตนอยาากให้มีการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงเพื่อความกระจ่างต่อไป
ขณะที่ผู้ประกอบการที่ขายเสื้อผ้ามือสอง เผยว่า ร้านของตนอยู่ในล็อค A14 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านขายลำโพงที่คาดว่าน่าจะเป็นร้านต้นเพลิง ตอนนั้นปิดร้านแล้ว มีเพียงแต่ร้านน้องสาวที่ยังเปิดอยู่ ซึ่งตอนนั้นน้องสาวแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่ไม่คิดว่าจะลุกลามมาถึงร้านของตนเอง แต่ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที เพลิงก็ลุกลามจนทำให้ร้านได้รับความเสียหาย มูลค่าประมาณ 100,000 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เพราะมีบางคน เพิ่งจะนำของมาลงเตรียมขาย เสียเงินไป มากกว่า 400,000 บาท
ด้านเจ้าของร้านขายกางเกงมือสอง เผย ร้านค้าพังเสียหายหลักแสนบาท ยอมรับ กังวลไม่ได้รับการเยียวยา เพราะเป็นร้านค้าแผงลอย พร้อมชื่นชมผู้ว่าชัชชาติ ลงพื้นที่เร็วสร้างความอุ่นใจให้ผู้ประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมา ตนไม่เคยรู้เรื่องการตรวจสอบความปลอดภัย เพราะเราก็ขายของไปเรื่อย ๆ ต่างคนต่างระวังในส่วนของตัวเอง คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุหนักขนาดนี้ ซึ่งร้านของตนไม่ได้ทำประกันเพลิงไหม้ไว้ เพราะเป็นแผงลอย มีแค่หลักฐานที่เป็นสลิปโอนเงินในการเสียค่าเช่าเท่านั้น แต่ก็ทำอาชีพนี้มานานแล้ว พร้อมยอมรับว่า กังวลว่าจะไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งหากได้เยียวยาในหลักหมื่นบาทไม่เท่ากับมูลค่าที่เสียหาย ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร แต่การที่ผู้ว่าฯชัชชาติ ลงมาติดตามสถานการณ์ และเข้ามาช่วยเหลือได้เร็ว ก็ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกอุ่นใจขึ้น ส่วนหลังจากนี้จะขายต่อที่คลองถมหรือไม่ คงต้องรอดูทางหน่วยงานราชการก่อน