เนปาลเร่งเก็บ DNA ก่อนเตรียมฝังศพ ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 750 คน สูญหายอีกกว่า 3,000 คน ขณะที่ครอบครัวยังคงเร่งตามหาผู้สูญหาย
(30 ส.ค.69) บรรดาญาติผู้สูญหายในประเทศเนปาลต่างเร่งเดินทางไปยังโรงพยาบาลภารัตปูร์ (Bharatpur Hospital) ในเขตจิตวัน (Chitwan) เเพื่อตรวจสอบว่าร่างผู้เสียชีวิตที่เก็บกู้ขึ้นมาได้นั้นมีญาติของตนเองหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงถุงบรรจุศพเข้าไปภายในอาคาร ขณะที่บรรดาญาติเบียดเสียดกันแน่นห้องโถง เพื่อพยายามระบุตัวตนของผู้สูญหายจากภาพถ่ายศพที่แสดงอยู่บนหน้าจอ
ขณะนี้มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งพังทลายจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเนปาล อยู่ที่ 750 คน และมีผู้สูญหายอีกกว่า 3,000 คน ทั้งในฝั่งเนปาลและจีน อีกทั้งมวลน้ำและโคลนได้พัดพาอาคารบ้านเรือน สะพาน และโรงไฟฟ้าพังเสียหาย
สภากาชาดประเมินว่ามีประชาชนมากกว่า 90,000 คนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งทางการจีนระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
ทางการเปิดเผยว่า ร่างผู้เสียชีวิตบางรายเริ่มเน่าเปื่อยจนไม่สามารถระบุตัวตนได้ และจะถูกนำไปฝังหลังจากดำเนินการทางกฎหมายเสร็จสิ้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขอนามัยและข้อกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโรค
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังเร่งถ่ายภาพศพ เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ (DNA) และบันทึกรายละเอียดรูปพรรณสันฐานไว้ เพื่อหวังว่าครอบครัวจะยังคงมีโอกาสระบุตัวตนของญาติผู้เสียชีวิตได้ในภายหลังแม้จะทำการฝังไปแล้วก็ตาม