ยอดตายเหตุน้ำท่วมฉับพลันพื้นที่ร่องหุบเขาชายแดน เนปาล-ทิเบต พุ่งต่อเนื่อง ขณะที่ทางการจีนกลับมาปฏิบัติการกู้ภัยอีกครั้ง หลังสั่งระงับชั่วคราว เพราะหวั่นเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำ
เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น หลังจาก "สึนามิบก" หรือมวลน้ำจำนวนมหาศาลและดินโคลน ไหลเชี่ยวซัดกวาดทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมถึงหลายหมู่บ้านในพื้นที่ริมแม่น้ำโภเตโกศี และแม่น้ำเลนเดโกลา บริเวณพื้นร่องหุบเขาของเนปาล ซึ่งอยู่ติดชายแดนเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมไปด้วยดินโคลน ทีมกู้ภัยต้องใช้รถขุดและเครื่องจักรกลหนักเพื่อเปิดเส้นทางและให้ความช่วยเหลืออยู่ที่ติดอยู่ในซากดินโคลน ซึ่งตอนนี้สามารถช่วยเหลือได้ประมาณ 900 คนแล้ว ทั้งหมดบาดเจ็บมากบ้างน้อยบ้าง
ปัญหาคือฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่าจะมีเหตุน้ำท่วมใหญ่ซ้ำ และดินโคลนที่ตัดเส้นทางคมนาคมจากโลกภายนอก ทำให้การให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องลำเลียงผุ้ประสบภัยออกจากพื้นที่ด้วยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งมีไม่เพียงพอ ล่าสุดจำนวนผู้เสียชีวิตทางฝั่งเนปาลเพิ่มเป็นอย่างน้อย 538 คนแล้ว สูญหาย 917 คน
ส่วนทางฝั่งทิเบต มีรายงานยืนยันเพิ่มเติมจากเดิม 3 คน เป็น 5 คนแล้ว ตัวเลขผู้สูญหายกว่า 550 คน ซึ่งอาจมีส่วนหนึ่งซ้ำกันบ้าง ในกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญที่เดินทางข้ามจากเนปาลไปทิเบต
ก่อนหน้านี้ทางการจีนสั่งระงับปฏิบัติการกู้ภัยฝั่งทิเบตชั่วคราว และสั่งแจ้งเตือนประชาชนอพยพขึ้นที่สูง เนื่องจากทะเลสาบที่อยู่ห่างจากด่านจีหรง ประมาณ 10 กิโลเมตรมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนเริ่มล้นตลิ่ง จึงเกิดความกังวลว่าหากตลิ่งพัง อาจปลดปล่อยมวลน้ำประมาณ 3 พันล้านลิตร เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก 1,200 สระ ทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่าง สร้างความเสียหายซ้ำเติม แต่ล่าสุดสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เมื่ไม่มีฝนตกเพิ่มเติม จนระดับน้ำในทะเลสาบเริ่มลดลงเล็กน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถกลับมาปฏิบัติการกู้ภัยได้อีกครั้ง
ทางด้านครอบครัวของผู้ที่สูญหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันครั้งร้ายแรงในเนปาล ยังคงมีความหวังว่าจะพบคนที่ตนเองรัก จึงเดินทางมาที่บอร์ดแสดงรายชื่อผู้สูญหายและผู้ที่พบตัวแล้ว ซึ่งติดตั้งไว้อยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมทางทหารในเขตนูวาคต เฉพาะชาวต่างชาติที่สูญหายในเนปาลมีถึง 517 คน ซึ่งหลายชาติได้ส่งทีมช่วยเหลือและบริจาคเงินช่วยเหลือบรรเทาทุกข์