ทลายรังยาเสริมความงามเถื่อน ซุกคอนโดฯ ย่านวังทองหลาง ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อน กว่า 1,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

ทลายรังยาเสริมความงามเถื่อน ซุกคอนโดฯ ย่านวังทองหลาง ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อน กว่า 1,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

View icon 42
วันที่ 1 ก.ย. 2569 | 12.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (1 ก.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.พีรดนย์  คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 35 รายการ รวมกว่า 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท

สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ซึ่งหากมีการนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะใบหน้าอาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบว่า มีคอนโดแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ

โดยเมื่อวันที่ (27 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายศาลอาญา เข้าตรวจค้นคอนโดแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบ นายศิวะ อายุ 32 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยา ซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม

รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 466 กล่อง, ยาควบคุมพิเศษที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 825 ชิ้น รวมจำนวน 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท

จากการสืบสวนขยายผล พบว่า สินค้าดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากนั้นนำมาจัดเก็บในคอนโดฯ ดังกล่าวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และง่ายต่อการกระจายสินค้า โดย นายศิวะ จะเป็นผู้แพ็กและจัดสิ่งสินค้าตามคำสั่งของเจ้าของชาวเวียดนาม และทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
- ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ธุรกิจความงาม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิหรือมาตรฐานในการเก็บรักษาเวชภัณฑ์ตามกฎหมาย

เมื่อถูกนำไปใช้กับประชาชนอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ หรืออาจก่อให้เกิดการแพ้รุนแรง เสียโฉม หรืออันตรายถึงชีวิตได้