เจ้าหน้าที่กัมพูชา พาคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่หลักเขตแดนที่ 72 โดยอ้างว่าเพื่อให้คณะ AOT มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และได้รับข้อมูลโดยตรง ยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาเขตแดนโดยสันติวิธี
วันนี้ (1 ก.ย. 69) พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เผยว่า เมื่อเวลา 08.37 น. ที่ผ่านมา คณะทำงานประสานงานของกัมพูชา (CLG) ได้ประสานงานจัดการให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำกัมพูชา (AOT-KH) ซึ่งนำโดยหัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์จากประเทศฟิลิปปินส์ ลงพื้นที่ดำเนินการสังเกตการณ์ ตรวจสอบ และจัดทำรายงาน ณ หลักเขตแดนที่ 72 (กัมพูชาอ้างว่าได้ตกลงร่วมกัน) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านจำเยียม ตำบลปากคลอง อำเภอมณฑลสีมา จังหวัดเกาะกง
โดยทางกัมพูชาอ้างว่า การสังเกตการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะ AOT มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และได้รับข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณหลักเขตแดนที่ตกลงกันไว้ระหว่างกัมพูชาและไทย อีกทั้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาที่ยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาเขตแดนโดยสันติวิธี ผ่านการเจรจาและกลไกทวิภาคี โดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงทวิภาคีที่มีอยู่ และภายใต้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
สุดท้าย โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา อ้างว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นจุดยืนในการปกป้องแนวเขตแดนระหว่างกัมพูชากับไทย ซึ่งสืบต่อจากคณะกรรมการร่วมสยาม-ฝรั่งเศส โดยเคารพหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการ Uti Possidetis Juris (รัฐที่เกิดใหม่ควรสืบทอดพรมแดนเดิมตามกฎหมาย) หรือก็คือเขตแดนที่สืบทอดมาไม่สามารถละเมิดได้ และเน้นย้ำว่ากัมพูชาเคารพอนุสัญญา สนธิสัญญา แผนที่ และบันทึกการปักปันเขตแดนระหว่างฝรั่งเศสและสยาม บันทึกการประชุมและบันทึกการปักปันเขตแดนของคณะกรรมาธิการระหว่างอินโดจีนและสยาม บันทึกความเข้าใจปี ค.ศ. 2000 (MOU 2000) ข้อกำหนดในการดำเนินงานปี ค.ศ.2003 (TOR 2003) ตลอดจนข้อตกลงและเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธีและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างประเทศทั้งสอง