“โดนัลด์ ทรัมป์” เผยสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่รุนแรงและทรงพลังใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ อ้างเป็นการโจมตีอันชอบธรรม เตือนอิหร่านอย่าตอบโต้มิเช่นนั้นจะโดนหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า
วันนี้ (2 ก.ย. 69) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุดแล้ว พร้อมระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) รวมถึงฐานป้องกันภัยทางอากาศ ระบบเรดาร์ ทรัพย์สิน และสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเล ขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด และฐานการสื่อสาร ซึ่งการโจมตีดังกล่าวมีขึ้นสืบเนื่องจากกองกำลัง IRGC พยายามที่จะโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงโจมตีทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้
ทาง Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของรัฐบาลอิหร่าน 2 ลำ เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย. 69) ซึ่งอิหร่านก็ได้ตอบโต้สหรัฐฯ โดยได้โจมตีฐานของสหรัฐฯ ในจอร์แดน บาห์เรน และอิรัก ซึ่งนี่ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์
ขณะที่สำนักข่าวเมห์ร (Mehr) รายงานว่า การโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 50 คน ในงานแต่งงานใกล้เมืองซีริก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลบนช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีเด็กอายุ 4 ขวบ อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย
ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ผ่าน ทรูธ โซเชียล ว่า ขณะนี้ สหรัฐฯ กำลังโจมตีอิหร่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีครั้งนี้รุนแรงและทรงพลัง เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านพยายามจะวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซแต่อิหร่านก็ล้มเหลว ซึ่งปัจจุบันไม่มีทุ่นระเบิดเหลืออยู่แล้ว เพราะถูกสหรัฐฯ เก็บกู้หรือทำลายทิ้งไปจนหมด รวมถึงกรณีที่อิหร่านยิงขีปนาวุธ 8 ลูก ใส่ฐานทัพของสหรัฐฯ ในจอร์แดน แต่ขีปนาวุธทั้งหมดก็ถูกสกัดกั้นและทำลายไปได้ หากอิหร่านซึ่งเป็นชาติที่ล้มเหลวคิดจะตอบโต้การโจมตีอันชอบธรรมของสหรัฐฯ อิหร่านจะถูกโจมตีกลับอย่างหนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า แต่มันก็ยังไม่ใช่การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุด เพราะการโจมตีขั้นสูงสุดนั้นยังไม่ถึงเวลา และหากถึงเวลาแล้วละก็อิหร่านจะแทบไม่เหลือซากเลย