“ทรัมป์” ขู่ “บอมบาเดียร์” ห้ามขายเครื่องบินในสหรัฐฯ เว้นแต่จะย้ายฐานการผลิตมาในสหรัฐฯ

“ทรัมป์” ขู่ “บอมบาเดียร์” ห้ามขายเครื่องบินในสหรัฐฯ เว้นแต่จะย้ายฐานการผลิตมาในสหรัฐฯ

View icon 9
วันที่ 8 ก.ย. 2569 | 09.43 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่ บริษัท “บอมบาเดียร์” (ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ตสัญชาติแคนาดา) ห้ามขายเครื่องบินในสหรัฐฯ เว้นแต่จะย้ายฐานการผลิตมาในประเทศสหรัฐฯ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา

วันนี้ (8 ก.ย. 69) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ผ่าน ทรูธ โซเชียล ว่า ห้ามบริษัท Bombardier ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่สัญชาติแคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐฯ อีกต่อไป นอกจากจะย้ายฐานการผลิตมาในประเทศสหรัฐฯ

โดยผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า ห้ามขายเครื่องบิน Bombardier ในสหรัฐฯ อีกต่อไป สินค้าของพวกเขามาตรฐานไม่ดีพอ และหาก Bombardier อยากเข้าถึงตลาดของสหรัฐฯ ก็ต้องมาสร้างฐานการผลิตในสหรัฐฯ และเลิกมองว่าสหรัฐฯ เป็นเหมือนกระปุกออมสินเสียที

การเคลื่อนไหวดังกล่าวของ “โดนัลด์ ทรัมป์” มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตั้งกำแพงภาษีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประเทศคู่ค้าหลายแห่งของสหรัฐฯ

ทางทำเนียบขาว ไม่ได้เผยถึงขั้นตอนที่จะนำมาใช้เพื่อสกัดกั้นการส่งมอบเครื่องบินเจ็ตของบริษัท Bombardier ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) แล้ว นอกจากนี้ เครื่องบินเจ็ตของ Bombardier ยังเป็นไปตามข้อกำหนดของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดขึ้น
ด้าน “ริชาร์ด อาบูลาเฟีย” นักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของสหรัฐฯ กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่าลูกค้าเครื่องบินเจ็ตส่วนบุคคลรายใดจะยกเลิกคำสั่งซื้อจาก Bombardier และมองไม่เห็นช่องทางที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” จะสามารถขัดขวางการขายเครื่องบินเหล่านี้ได้

โดยข้อมูลจาก Aerospace Industries Association ซึ่งเป็นสมาคมการค้าของสหรัฐฯ เผยว่า โดยภาพรวมแล้ว อุตสาหกรรมการบินและอวกาศแทบไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามภาษีของทรัมป์ เนื่องจากปัจจุบันการขนส่งชิ้นส่วนและเครื่องบินยังคงดำเนินไปตามปกติโดยไม่ถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม โดยภาคอุตสาหกรรมการบินและอวกาศรวมถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ มียอดเกินดุลการค้าสูงถึง 1.092 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยอดการส่งออกในปี 2025 ปรับตัวสูงขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบเป็นรายปี เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของสหรัฐฯ ที่ต้องพึ่งพาการผลิตชิ้นส่วนจากอคนาดา อุตสาหกรรมการบินและอวกาศก็มีความเชื่อมโยงและบูรณาการกันอย่างแน่นแฟ้นเช่นกัน

ขณะที่ Bombardier ระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ (7 ก.ย. 69) ว่า บริษัทมียอดการใช้จ่ายกับซัพพลายเออร์ในสหรัฐฯ มากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี โดยแผนของ Bombardier คือการเดินหน้าลงทุนในบุคลากร ลูกค้า และชุมชนที่ Bombardier เข้าไปดำเนินงานทั่วสหรัฐฯ นอกจากนี้ Bombardier ยังมีแผนกด้านการป้องกันประเทศที่มีโรงงานในรัฐแคนซัส ซึ่งทำหน้าที่ปรับแต่งเครื่องบินที่ผลิตในแคนาดา โดยเครื่องบินราวครึ่งหนึ่งจากฝูงบินรวม 5,100 ลำที่ลูกค้าของ Bombardier ใช้งานอยู่นั้น ประจำการอยู่ในสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะเพิกถอนการรับรองเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรุ่น Global Express ของ Bombardier และขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 50% สำหรับเครื่องบินทุกลำที่ผลิตในแคนาดา จนกว่าหน่วยงานกำกับดูแลของแคนาดาจะให้การรับรองเครื่องบินหลายรุ่นที่ผลิตโดย Gulfstream Aerospace (GD.N) ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ตส่วนบุคคลสัญชาติสหรัฐฯ แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ในเดือนถัดมา แคนาดาก็ได้ให้การรับรองเครื่องบินของ Gulfstream หลายรุ่น