“ธรรมนัส” ชี้สัมพันธ์ “อนุทิน” ยังเป็นเพื่อนกัน ประสานงานเพื่อประโยชน์ประเทศ ไม่ตอบมีดีล “น้ำเงิน-เขียว” หรือไม่ ไม่เชื่อกระแสรัฐบาลไปไม่รอด
วันนี้ (8 ก.ย. 69) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2-3 ว่า ต้องเข้าใจก่อนว่างบฯ ปี 70 สมัยแรกที่ทำตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีของกระทรวงที่ตนกำกับดูแลก็มาจากแผนในขณะนั้น ในขั้นของกรรมาธิการที่มีการตัดออกไปบางส่วน ยังคงเป็นแผนส่วนใหญ่ที่ทำกับมือเรามา หากเราไม่เห็นด้วยก็เท่ากับเราเกเร ฉะนั้นการโหวตแบบรายมาตรา เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา จึงเป็นในทิศทางเดียวกันตามนโยบายของตน
ส่วนก่อนหน้านี้พรรคกล้าธรรมโหวตงดออกเสียงพระราชกำหนดเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และมีโอกาสที่จะร่วมรัฐบาลนี้หรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องของการเงินการคลังเป็นเรื่องสำคัญที่มีต่อพี่น้องประชาชน เราต้องละเอียดในตรงนี้ ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร ต้องละเอียด อย่าทำอะไรเพื่อความสะใจ
ขณะที่พรรคกล้าธรรมจะร่วมกับพรรคฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัส ระบุว่า เรื่องพวกนี้ยังไม่ถึงเวลา ถึงเวลาค่อยว่ากัน
ส่วนจะมีสัญญาณที่รัฐบาลจะเชิญพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมแล้วหรือยัง ร้อยเอก ธรรมนัส ตอบแบบทีเล่นทีจริงว่า กระแสข่าวลือ พร้อมหัวเราะ เมื่อถามย้ำว่า นายกรัฐมนตรีมีการพูดคุยหรือทาบทามให้มาร่วมรัฐบาลหรือยัง ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า ตนยืนยันแบบเดิมว่าตนกับท่านนายกฯ เป็นเพื่อนกัน การพบปะการประสานงานบางเรื่อง หากเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและพี่น้องประชาชน ก็ต้องยอมรับว่าผมทำ เราอย่าปฏิเสธความจริงเลย
ขณะที่มีการวิจารณ์ว่าพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายคอยเป็นจริงหรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัส ระบุว่า เวลาถามคำถามนี้ตนก็ตอบเหมือนเดิม เราทำหน้าที่ตามที่เราได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน บางเรื่องที่ไม่ควรตีรัฐบาล ก็ไม่ควร สำคัญที่สุดรัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานไม่นานได้ไม่กี่เดือน ต้องให้โอกาส ตนยืนยันเหมือนเดิม
สำหรับกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลอาจจะไปไม่รอดด้วยมรสุมการเมืองต่าง ๆ นั้น ร้อยเอก ธรรมนัส ย้อนถามว่า อะไรเหรอครับที่จะทำให้รัฐบาลไปไม่รอด และในฐานะที่ตนเป็นรัฐบาลมาตลอด และมีบางช่วงที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกกระแสตีแรงมาตลอด แต่ตนก็อยู่รอดปลอดภัยมาตลอด ฉะนั้นกระแสจึงไม่สามารถพิสูจน์กันได้ ต้องพิสูจน์ที่ฝืนมีการทำงาน