หนุ่ม 18 ปี เจ้าของบัญชีม้า ร่วมก๊วนหลอกขายของทางเฟซบุ๊ก

หนุ่ม 18 ปี เจ้าของบัญชีม้า ร่วมก๊วนหลอกขายของทางเฟซบุ๊ก

View icon 23
วันที่ 9 ก.ย. 2569 | 11.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตร.ไซเบอร์ รวบหนุ่ม 18 ปี อดีตแอดมินเว็บพนันฝั่งเขมร ผันตัวเข้าร่วมก๊วนหลอกขายของทางเฟซบุ๊ก เหยื่อจ่ายเงินแต่ไม่ส่งของให้ แถมยังบล็อกหนี

วันนี้ ( 9 ก.ย. 69 ) สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย 3 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.4 หลังถูกบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Tanachot Apinet” โพสต์ประกาศจำหน่ายสินค้า ก่อนให้ผู้เสียหายโอนเงิน แต่ไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกัน สร้างความเสียหายรวม จำนวน 15,750 บาท โดยผู้เสียหายคนแรก ได้เจอโพสต์ประกาศขายน้ำหอมราคาถูก จึงโอนเงินสั่งซื้อไป 1,650 บาท แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสินค้า และไม่สามารถติดต่อได้อีก ส่วนผู้เสียหายอีก 2 คน ได้เจอโพสต์ประกาศขายแรมคอมพิวเตอร์ จึงได้โอนเงินสั่งซื้อไปคนละประมาณ 7,000 บาท แต่สุดท้ายกลับไม่มีการส่งสินค้าให้จริงแต่อย่างใด และไม่สามารถติดต่อได้อีกเช่นกัน
  
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวน พบว่าคดีนี้มีความเชื่อมโยงกันหลายพื้นที่ โดยพบเส้นทางการเงินของผู้เสียหายถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารของ นายธนโชติ และจะถูกโอนต่ออีกทอดไปยังบัญชีธนาคารอื่น แต่ชื่อเจ้าของบัญชีก็ยังเป็น นายธนโชติ ทุกครั้ง ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ นายธนโชติ ได้สำเร็จ
  
ต่อมา พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, และ พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4 ร่วมกันนำกำลังลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหา ล่าสุด สามารถจับกุมตัว นายธนโชติ อายุ 18 ปี ชาวบุรีรัมย์ ได้ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” และ “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” 

สอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เมื่อกลับมาอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ได้ใช้เงินไปจนหมด จึงหางานด้านแอดมินทำอีก จากนั้นได้สมัครงานผ่านกลุ่มหางานออนไลน์ในเฟซบุ๊ก แลกกับค่าจ้างวันละ 300 บาท ต่อมาผู้ว่าจ้างได้ขอข้อมูลบัตรประชาชน และบัญชีธนาคารของตนเองไป แต่หลังจากนั้นกลับมียอดเงินประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ทยอยโอนเข้าบัญชี โดยทุกครั้งที่มีเงินเข้ามา นายจ้างจะสั่งผ่านข้อความให้ตนส่งหมายเลข OTP ไปให้ เนื่องจากนายจ้างจะรอกดเงินแบบไม่ต้องใช้บัตรจากตู้ ATM อยู่แล้ว จึงทำติดต่อกันประมาณ 3 วัน ซึ่งรวมยอดเงินที่เข้าบัญชีมาประมาณ 100,000 บาท กระทั่งบัญชีถูกอายัด กลัวโดนจับกุมจึงปรึกษาพี่สาวให้ช่วยพาหลบหนี แล้วมากบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ กระทั่งถูกจับกุมในที่สุด  ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง