เกษตรกรสมุทรสงคราม เปิดใจหลังศาลฯ สั่งแก้วิกฤตปลาหมอคางดำ

เกษตรกรสมุทรสงคราม เปิดใจหลังศาลฯ สั่งแก้วิกฤตปลาหมอคางดำ

View icon 67
วันที่ 9 ก.ย. 2569 | 12.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เกษตรกรสมุทรสงครามเปิดใจ หลังศาลฯ สั่งแก้วิกฤตปลาหมอคางดำ ชี้เดือดร้อนมานับ 10 ปี วอนรัฐเร่งกำจัด–เยียวยาให้ถึงมือ อย่างน้อยเสียงของเกษตรกรที่ต่อสู้และเรียกร้องมานาน ก็ได้รับการรับฟัง

ปลาหมอคางดำ วันนี้ (9 ก.ย.69) เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยความรู้สึกภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมประมงและอธิบดีกรมประมงดำเนินการตามแผนระงับยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ประกาศพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อให้สามารถนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยคำสั่งของศาลปกครองฯ สร้างความหวังให้แก่เกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้าน หลังต้องเผชิญปัญหาปลาหมอคางดำรุกรานแหล่งน้ำมานานหลายปี ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ตลอดจนรายได้และการดำรงชีวิตของประชาชน

นายวัลลภ ขุนเจ๋ง อายุ 51 ปี เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลมีคำพิพากษาออกมา เพราะอย่างน้อยเสียงของเกษตรกรที่ต่อสู้และเรียกร้องมาเป็นเวลานานได้รับการรับฟัง ปัญหาปลาหมอคางดำสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบอาชีพในพื้นที่อย่างหนัก ทำให้การทำมาหากินยากขึ้น ขณะที่รายได้ลดลงและมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

“เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติ การช่วยเหลือเยียวยา และการควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ เพราะเกษตรกรต้องการเห็นผลจากการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงมาตรการหรือแผนงานที่อยู่ในเอกสาร”

ด้านนายยุทธนา แซ่ลี้ อายุ 55 ปี กล่าวว่า ตนได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำมาหลายปี และปีนี้น่าจะเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว แม้ปัจจุบันจำนวนปลาหมอคางดำในบางพื้นที่จะลดลงจากช่วงที่ระบาดอย่างรุนแรง แต่สถานการณ์ยังไม่ถือว่าดีขึ้นอย่างแท้จริง เนื่องจากปลาชนิดนี้ยังไม่หมดไปจากแหล่งน้ำและยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ประกอบอาชีพ จำนวนปลาหมอคางดำลดลงก็ดี แต่ยังไม่หมด อยากให้ทำอย่างต่อเนื่อง ให้เหลือน้อยลงกว่านี้ เพราะตอนนี้ยังมีผลกระทบต่อพื้นที่ที่พวกเราทำมาหากินอยู่ อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้

ขณะที่นายทนงศักดิ์ เข็มกำเนิด อายุ 50 ปี กล่าวว่า ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ได้กระทบเฉพาะเกษตรกรรายใดรายหนึ่ง แต่ส่งผลเป็นวงกว้างต่อผู้ที่พึ่งพาแหล่งน้ำ ทั้งเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมงพื้นบ้าน จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเร่งดำเนินมาตรการกำจัดอย่างจริงจัง ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศและช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนให้ทั่วถึง

“เกษตรกรต้องทนอยู่กับปัญหานี้มาเป็นเวลานาน จึงคาดหวังว่าคำพิพากษาครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขอย่างจริงจัง พร้อมขอให้มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะหากดำเนินการเพียงระยะสั้นแล้วหยุด ปลาหมอคางดำก็อาจกลับมาแพร่พันธุ์และสร้างความเสียหายซ้ำอีก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง