10 ก.ย. 69 เมื่อเวลา 15.55 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เงินไปจำวน 1.5 ล้านบาท
โดยที่เกิดเหตุเป็นธนาคารอยู่บริเวณวงเวียนกลางตลาดไท ด้านในเจ้าหน้าที่ธนาคารยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการสอบถามทราบว่า คน้รายเป็นชาย1คนใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นวีออส สีเทาหมายเลขทะเบียน ขม 8353 สงขลา มาจอดด้านหน้า ก่อนใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานก่อนจะได้เงินสด 1,541,704 บาท แล้วหลบหนีไป
ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลง รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้รถยนต์บริเวณป่ารกร้างตรงข้ามสถาบันเอไอที ถนนพหลโยธินขาเข้า ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบรถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยไม่พบผู้เป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบทะเบียนรถพบเป็นคันเดียวกันกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคาร
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อคนร้ายเดินเข้ามาภายในธนาคาร ได้นำป้ายข้อความปิดกลับด้านออกนอกประตูแล้วใช้ท่อนเหล็กที่พกมาในกระเป๋าสะพายขัดประตูเพื่อไม่ให้คนด้านนอกเข้ามาได้ จากนั้นเดินไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารแล้วใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานให้ส่งเงินให้ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดยังพบว่าเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 69 ที่ผ่านมารถยนต์คันที่คนร้ายก่อเหตุได้เข้ามาในพื้นที่ของตลาดไท คาดว่าเป็นการมาดูลาดเลา
ด้าน พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า คนร้ายเป็นชาย ใช้รถยนต์เป็นยานาหนะเข้ามาคนเดียว สวมใส่หมวกไอ้โม่ง รูปร่างผอมสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อสีแดง สวมถุงมือ ขณะเกิดเหตุธนาคารใกล้ปิดทำการ เมื่อคนร้ายเข้าไปในธนาคารแล้วก็ใช้ท่อนเหล็กขัดประตู เพื่อไม่ให้คนเข้ามาด้านในธนาคารได้ และใช้อาวุธปืนข่มขู่
ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ธนาคารอยู่ 5 คน และผู้ตรวจอีก 1 คน คนร้ายขู่เอาเงินที่เคาน์เตอร์ ได้เงินไปประมาณ 5 แสนบาท จากนั้นก็ขู่ให้ไปเปิดเซฟได้เงินไปอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่คนร้ายได้ไป 1.5 ล้านบาทเศษ ส่วนอาวุธที่คนร้ายใช้ เป็นอาวุธปืน เมื่อคนร้ายได้เงิน ก็หลบหนีไป แล้วก็ได้เอารถเก๋งไปเผาทิ้งที่ลานดิน ถนนพหลโยธินขาเข้า ตรงข้ามสถายันเอไอที ซึ่งเป็นรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขม 8353 สงขลา เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจแล้วพบว่าเ ป็นทะเบียนปลอม ซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่โรงพักใกล้เคียงช่วยสกัดจับคนร้ายแล้ว สภาพของรถเก๋งที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ถูกเพลิงไหม้เสียหายหมดทั้งคัน และจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าคนร้ายหลบหนีไปในเส้นทางใด และมีใครมารับหลบหนีต่อไปหรือไม่
ในเวลาต่อมา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มาถึงที่เกิดเหตุ และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดสอบปากคำพยานบุคคล และให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งตรวจสอบตัวเลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ของคนร้ายคันก่อเหตุเพื่อหาชื่อผู้ครอบครองเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป