อดีตลูกศิษย์แฉ หอบหลักฐานแจ้งกองปราบฯ นำมาสู่การจับกุมทิดโชติ-สีกาเอ๋

อดีตลูกศิษย์แฉ หอบหลักฐานแจ้งกองปราบฯ นำมาสู่การจับกุมทิดโชติ-สีกาเอ๋

View icon 92
วันที่ 10 ก.ย. 2569 | 19.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สืบสวนนาน 2 เดือน หลังอดีตลูกศิษย์ หอบหลักฐาน แจ้งกองปราบฯ “ทิดโชติ” อดีตพระราชาคณะ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พบเส้นเงินโยงบุคคล-มูลนิธิ นำมาสู่การจับกุมพร้อม “สีกาเอ๋” เตรียมแถลงพรุ่งนี้ ( 11 ก.ย. ) เวลา 11 โมง

วันนี้ ( 10 ก.ย. 69 ) พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงที่มาของคดีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้รับเบาะแสจากลูกศิษย์คนหนึ่ง ที่ไม่ประสงค์ออกนาม ประสานข้อมูล ให้ตำรวจกองปราบ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม รวมถึงคลิปหลักฐานต่าง ๆ และข้อมูลการเบียดบังทรัพย์มาให้ และตำรวจนำไปสืบสวนต่อในทางลับ จนเข้าสู่การออกหมายจับในวันนี้ เบื้องต้นผู้แจ้งให้ข้อมูลในหลายประเด็น ทั้งพฤติกรรมส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาสกับสีกา รวมถึงเรื่องการจำหน่ายวัตถุมงคล และข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะเงินที่ควรนำเข้าบัญชีของวัด แต่กลับพบความผิดปกติ

พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ตามหลักการ เงินที่ได้จากกิจกรรมต่าง ๆ ของวัด ควรเข้าสู่บัญชีวัด และการนำไปใช้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ แต่จากการตรวจสอบคดีนี้พบความพยายามเปลี่ยนแปลงเส้นทางเงิน โดยบางส่วนมีการโอนไปยังบุคคล และต่อมามีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมา แต่ออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด โดยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงิน และเส้นทางการเงินทั้งหมด ยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่งตอนนี่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ แต่เบื้องต้นอาจมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมประมาณ 1-2 คน

ส่วนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างอดีตเจ้าอาวาสกับสีกาคนสนิท จากการสืบสวนตำรวจเชื่อว่าเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกันประมาณ 2 ปี พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ประเด็นพระธรรมวินัย เป็นเรื่องที่ตำรวจไม่ได้เข้าไปดำเนินการโดยตรง ตำรวจมุ่งตรวจสอบพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตและเส้นทางการเงินเป็นหลัก

สำหรับการเข้าจับกุมและตรวจค้น พลตำรวจโทณัฐศักดิ์ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เมื่อเช้านี้ ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุม ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสให้ความร่วมมือตรวจค้นดี ซึ่งมีการตรวจค้น 5 จุด ใน 3 จังหวัด ปทุมธานี  พระนครศรีอยุธยา  กรุงเทพมหานคร และอยู่ระหว่างตรวจค้น ซึ่งในกุฏิ ยังมีการตรวจยึด ทั้งเงินสด เอกสาร และวัตถุพยานต่าง ๆ

ซึ่งคดีนี้ตำรวจใช้เวลาสืบสวนประมาณ 2 เดือน เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นพระชั้นผู้ใหญ่และมีชื่อเสียง มีบุคคลจำนวนมากให้ความเคารพศรัทธา ตำรวจจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความชัดเจนเพียงพอก่อนดำเนินการออกหมายจับ ส่วนพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งคลิป เอกสาร และสลิปทางการเงิน ตำรวจระบุว่าอยู่ในสำนวนทั้งหมด และจะนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา

สำหรับการพิจารณาคัดค้านการประกันตัว ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นว่าจะมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้ให้ความเคารพจำนวนมาก ยืนยันว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐาน และตำรวจยังอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการสรุปข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย โดยรายละเอียดเชิงลึกยังอยู่ในสำนวน โดยวันพรุ่งนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางจะแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว ในเวลา 11.00 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง