อายัดเงินสด ทิดโชติกว่า 138  ล้านบาท ทองอีก 1,000 บาท

อายัดเงินสด ทิดโชติกว่า 138 ล้านบาท ทองอีก 1,000 บาท

View icon 88
วันที่ 11 ก.ย. 2569 | 12.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทรัพย์สมบัติมหาศาล ! อายัดเงินสด ทิดโชติกว่า 138  ล้านบาท ทองอีก 1,000 บาท พบเงินฝากในบัญชี กว่า 290 ล้านบาท 

วันนี้ (11 ก.ย.69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองปราบ บุกจับเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผิดพระธรรมวินัย - ยักยอกเงินทำบุญกว่า 100 ล้าน

ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ได้รับหนังสือร้องเรียนแจ้งเบาะแสจากผู้ประสงค์ไม่ออกนาม ร้องเรียนพระวชิรญาณ (อติโชติ) หรือพระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าจะมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.ปุณยวีร์ ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งแต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ และเมื่อสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าพระวชิรญาณ (อติโชติ) มีพฤติกรรม เสพเมถุนกับ น.ส.ปุณยวีร์ จริง อันถือว่าต้องอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุ ตามพระธรรมวินัย ของสงฆ์โดยทันที และในวันที่ 10 ก.ย.69 ที่เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม เจ้าหน้าที่จากสำนักพุทธ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ผู้ปกครอง ได้ดำเนินการให้ พระวชิรญาณ (อติโชติ)  ได้ลาสิกขาพ้นจากสมณเพศตามพระธรรมวินัยของสงฆ์แล้วและจากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขยายผลตรวจสอบเชิงลึกจากข้อมูลในหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินของวัด จึงได้พบว่า พระวชิรญาณ (อติโชติ) มีรับเงินบริจาคในนามวัด แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีของวัด แต่มีการออกใบอนุโมทนาบัตรของวัดให้ผู้เช่าบูชาวัตถุมงคล

เบื้องต้นพบหลักฐานการรับโอนเงินและออกใบอนุโมทนาบัตรจำนวนหลายรายการ รวมยอดเงินประมาณ 100 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่า เงินบริจาคตามใบอนุโมทนาบัตรที่ออกไปโดย พระวชิรญาณ (อติโชติ) ในฐานะเจ้าอาวาสลงนามนั้น เงินไม่ได้เข้าบัญชีของวัดแต่อย่างใดและเมื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินของ น.ส.ปุณยวีร์ ปรากฏว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งที่ไม่มีรายได้ประจำ ได้แก่ บ้านทาวน์เฮาส์ 2 หลัง มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท รถอเนกประสงค์ และเงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท โดยอำพรางการถือครองด้วยการใส่ชื่อบุตรสาว ซึ่งพฤติกรรมน่าเชื่อว่า มีการสมคบกันฟอกเงินกับ พระวชิรญาณ (อติโชติ) ทำให้วัดพุทไธศวรรย์ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม จนนำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ออกหมายจับ พระวชิรญาณ (อติโชติ) และ น.ส.ปุณยวีร์ พร้อมทั้งตรวจค้น พื้นที่เป้าหมายเพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดีจำนวน 6 จุด

ทั้งใน จว.พระนครศรีอยุธยา,ปทุมธานี,กรุงเทพมหานคร และ จว.บุรีรัมย์ โดยจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ จำนวน 2 ราย คือ

1.พระวชิรญาณ (อติโชติ) ข้อหา เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 83
(แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4) ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5), 5, 10 และ 60

2.น.ส.ปุณยวีร์ ข้อหา สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด (ยักยอก/ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5), 5 และ 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4)

พร้อมตรวจยึดของกลางที่สำคัญ ดังนี้

1.พระวชิรญาณ (อติโชติ) เงินฝากในบัญชี กว่า 290 ล้านบาท, เงินสด จำนวน 138,308,986 บาท ทองคำแท่ง และทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมกว่า 1,000 บาททองคำ คิดเป็นมูลค่าร่วม 70 ล้านบาท  รวมมูลค่าทั้งสิ้น 205,204,733 บาท (พบในกุฏิเจ้าอาวาส)

2.น.ส.ปุณยวีร์ฯ เงินสด จำนวน 3,873,614 บาท ทองคำ น้ำหนักประมาณ 90 บาท คิดเป็นเงิน 6,151,500 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 10,025,114 บาท (พบในบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์ฯ)

2.1 เอกสารที่ดินและบัญชี 10 รายการ ดังนี้ (พบในบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์ฯ)

- โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ

- สมุดบัญชี 7 เล่ม
 
- สัญญาซื้อขายที่ดิน 1 ฉบับ
    
2.2 เอกสาร 18 รายการ ดังนี้ (พบในบ้านพัก น.ส.ปุณยวีร์ฯ)

- กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ
  
- ใบประกันทองคำ จำนวน 6 ใบ
  
- ใบซื้อ-ขายทองคำ จำนวน 7 ใบ
  
- สลากออมสิน จำนวน 4 ใบ

รวมมูลค่า ประมาณ 215,229,847 บาท

โดยอัตราโทษของผู้ถูกจับกุมทั้ง 2 นั้น ตาม ป.อ. มาตรา 147 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 400,000 บาท  ป.อ. มาตรา 157 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
พรบ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 60 มีอัตราโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง