นายกฯ แถลงคืบหน้าคดีทุจริต “โกงสอบท้องถิ่น” ย้ำคดียังไม่จบ บูรณาการหน่วยงานเดินหน้าขยายผล ยึด-อายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท เดินหน้าปราบปรามให้ถึงที่สุด
.
วันนี้ (11 ก.ย.69) เวลา 14.00 น. ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้บริหารส่วนราชการ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
.
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด อยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลในทุกรูปแบบ การดำเนินการที่เสร็จสิ้นเป็นเพียงส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยมีการแจ้งชื่อทั้งหมดไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เพิกถอนผู้ที่มีคะแนนผิดปกติออกจากตำแหน่ง ขณะที่การดำเนินคดีทุจริตการสอบท้องถิ่นมีการทำงานที่กว้างกว่านั้นมาก
.
การดำเนินงานที่ผ่านมาได้จัดทำ MOU 7 หน่วยงาน เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ โดยการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ
.
และ ผลจากการบูรณาการความร่วมมือ ทำให้สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้แล้ว มูลค่ารวมกว่า 320.86 ล้านบาท ขณะที่ สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สิน รวมทั้งประสานข้อมูลและพยานหลักฐานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงและขยายผลการดำเนินคดีต่อไป
.
“ขอถือโอกาสนี้ ยืนยันต่อหน่วยงานภาครัฐ และพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจนที่สุดว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายปกป้อง หรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด อยู่ในตำแหน่งระดับใด เพราะเรายึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หากปรากฏพยานหลักฐาน หรือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงบุคคลใด การดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้นอย่างแน่นอน รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการนี้ อย่างต่อเนื่องและจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อระบบราชการ และเพื่อคืนความยุติธรรมและคืนสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่เข้าสอบ ด้วยความรู้ความสามารถของเขาเองอย่างสุจริต” นายกรัฐมนตรี กล่าว
.