ชาวจีนหนีคดีฆาตกรรมเข้าไทย อยู่นานกว่า 30 ปี จ่าย 5 หมื่นบาท ทำบัตรประชาชนสวมเป็นคนไทย ชื่อ "สุชาติ" แต่งงานกับหญิงชาติเดียวกัน ทำธุรกิจในพัทยา ถือครองบ้านและทรัพย์สินในไทย
วันนี้ (13 ก.ย.2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยผลการจับกุมชาวจีนหนีคดีเข้าไทยกว่า 30 ปี นายสุชาติ หรือ Mr. Zhu Zhishan ชาวจีน ผู้ต้องหาตามหมายแดง ที่ทางการจีนต้องการตัว และยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ฐานแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐาน อันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตรประชาชนโดยจับบริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า คดีนี้ทางการไทยได้รับการประสานทางการจีนประสานข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทย ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการส่งตัว Mr. Zhishan Zhu บุคคลตามหมายแดงของตำรวจสากล ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรม ที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง ก่อนหลบหนีออกจากจีนและเดินทางเข้ามายังประเทศไทย
จากการสืบสวนพบว่า บุคคลตามหมายแดงรายนี้อาจเป็นคนเดียวกับ “นายสุชาติ“ (สงวนนามสกุล) ซึ่งอาจได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมายและบุคคลดังกล่าวเคยถือหนังสือเดินทางประเทศไทย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบข้อมูลว่า Mr.Zhu หรือ นาย สุชาติ เคยมีสัญชาติไทยหรือถูกเพิกถอนสัญชาติไทยแล้วหรือไม่
ต่อมากรมการปกครอง โดยศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. ตรวจพบว่านายสุชาติ ได้รับการลงรายการสัญชาติไทยโดยมิชอบผ่านกระบวนการลงรายการสถานะบุคคลบนพื้นที่สูงใน อ.พบพระ จ.ตาก และทำบัตรประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 พ.ย.44 จึงดำเนินการเพิกถอนรายการสัญชาติและทะเบียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมร้องทุกข์ดำเนินคดี
ในชั้นจับกุมผู้ต้องหารับว่า เคยทำบัตรประจำตัวประชาชนไทย ที่ อ.พบพระ จ.ตาก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000 บาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและขยายผลว่าเงินจำนวนนี้จ่ายให้ใคร มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องและมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่
ทั้งนี้หลังได้สถานะคนไทยผู้ต้องหาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อเนื่อง จากงานไกด์และธุรกิจท่องเที่ยวก่อนย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มีครอบครัวกับภรรยาชาวจีน มีลูกแฝด 2 คน จากข้อมูลการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับบริษัทหลายแห่งและมีทรัพย์สินในพื้นที่บางละมุง โดยพบอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองในชื่อผู้ต้องหาอย่างน้อย 3 รายการ รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน
นอกจากนี้ ยังพบอสังหาริมทรัพย์บางส่วนถือครองในชื่อลูก เบื้องต้นตำรวจนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามหมายจับ ส่วนกระบวนการตามคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนของทางการจีน ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป