ผลสำรวจชี้ คนโสดญี่ปุ่นไม่อยากแต่งงาน-ไม่อยากมีลูก คนอยากแต่งงานร่วงต่ำกว่า 80% ครั้งแรก
(14 ก.ย.69) สำนักข่าวซินหัว รายงานผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันวิจัยประชากรและประกันสังคมแห่งชาติญี่ปุ่น ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบสัญญาณวิกฤตประชากรที่น่าจับตา หลังสัดส่วนคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจจะแต่งงานในอนาคตลดลงต่ำกว่าร้อยละ 80 ทั้งชายและหญิงเป็นครั้งแรก
การสำรวจกลุ่มตัวอย่างคนโสดอายุ 18-34 ปี พบว่า ผู้ชายโสด มีเพียงร้อยละ 75.1 ที่ตั้งใจจะแต่งงานในท้ายที่สุด ลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากร้อยละ 81.4 ในการสำรวจเมื่อปี 2021 ส่วนผู้หญิงโสด สัดส่วนผู้ที่ต้องการแต่งงานลดลงเหลือร้อยละ 77.8 จากเดิมร้อยละ 84.3
นอกจากนี้ ทัศนคติเกี่ยวกับการมีบุตรยังคงติดลบอย่างต่อเนื่อง โดยมีคนโสดมากกว่าร้อยละ 30 ระบุชัดเจนว่า "ไม่อยากมีลูก" ซึ่งถือเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเปรียบเทียบในปี 2002 ผู้ชายโสดที่ไม่ต้องการมีลูก พุ่งสูงถึงร้อยละ 33.0 (เพิ่มขึ้น 9.8 จุดเปอร์เซ็นต์) ผู้หญิงโสดที่ไม่ต้องการมีลูก เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 32.4 (เพิ่มขึ้น 8.8 จุดเปอร์เซ็นต์)
สำหรับกลุ่มคนที่มีคู่สมรสแล้ว แนวโน้มการวางแผนครอบครัวก็ลดลงเช่นกัน โดยจำนวนลูกในอุดมคติเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 2.18 คน (จากเดิม 2.25 คน) ขณะที่จำนวนลูกที่วางแผนจะมีจริงลดลงต่ำกว่า 2 คนเป็นครั้งแรก อยู่ที่เพียง 1.95 คน
ทั้งนี้ สถาบันวิจัยประชากรฯ ได้ดำเนินโครงการสำรวจแนวโน้มการสละโสดและการมีบุตรของญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่องทุกๆ 5 ปี ตั้งแต่ปี 1940 โดยการสำรวจรอบล่าสุดนี้สิ้นสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา มีกลุ่มตัวอย่างทั้งคนโสดและคู่สมรสร่วมตอบแบบสอบถามรวมกว่า 11,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของคนรุ่นใหม่และโครงสร้างสังคมญี่ปุ่นที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างก้าวกระโดด