กกต. มีมติส่งศาลฎีกา 77 คน คดีฮั้วเลือก สว. เป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ส่วน สส.-กรรมการบริหารพรรค รอด เตรียมส่งศาลภายใน 60 วัน หากศาลรับคดี สว.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
วันนี้ (14 ก.ย.69) เวลา 15.50 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และว่าที่ ร.ต.ภาสกร ศิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงสรุปการทำงาน กกต.เรื่องคดีโกงเลือก สว. ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเสียงข้างมากใน 7 ข้อกล่าวหา ให้ส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้พิจารณาดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหารวม 77 คน จากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 427 คน โดยแบ่งเป็น สว. 26 คน, ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และ บุคคลอื่น 15 คน ไม่มีกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
สำหรับข้อกล่าวหา 7 ข้อ ได้แก่
1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็นสว.ตามมาตรา76 วรรคหนึ่ง หรือไม่
2.ผู้สมัครยินยอมให้ กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสว. ตามมาตรา76 วรรคสอง หรือไม่
3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่กกต.กำหนดคือ ระเบียบกกต.ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ที่ออกตามมาตรา 70 และมาตรา 36 หรือไม่
4.มีการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1)หรือไม่
5.มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3)หรือไม่
6.มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครตามมาตรา79 หรือไม่
7.ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่ โดยการลงมติของกกต.จะเป็นการลงมติผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล
ทั้งนี้ กกต. จะจัดทําคําวินิจฉัยสํานวนการเลือก สว. เพื่อยื่นคําร้องต่อศาลฎีกา ภายใน 60 วัน เมื่อศาลฎีกา มีคําสั่งรับคําร้องไว้พิจารณาแล้ว ถ้าเป็น สว. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคําพิพากษา และหากศาลฎีกามีคําพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด ให้สมาชิกภาพ สว. ผู้นั้นสิ้นสุดลงนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
สำหรับการดําเนินการกรณีคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลมีผลให้ตําแหน่ง สว.ว่างลง ให้ดําเนินการตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ดังนี้
1. กรณีที่ตําแหน่ง สว. กลุ่มใดมีไม่ครบจํานวน ไม่ว่าเพราะเหตุตําแหน่งว่างลง หรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภา ให้ประธานวุฒิสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนบุคคลในบัญชีสํารองของกลุ่มนั้นขึ้นดํารงตําแหน่ง สว. แทนตามลําดับ และให้ผู้นั้นอยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่บุคคลดังกล่าวยังไม่ได้เข้ารับตําแหน่ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยจำนวน สว.เท่าที่มีอยู่
2 กรณีที่ต้องเลื่อนบุคคลในบัญชีสํารองของกลุ่มใดขึ้นดํารงตําแหน่ง สว. แทน แต่ไม่มีบุคคลในบัญชีสํารองของกลุ่มนั้นเหลืออยู่ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ประธานวุฒิสภาจับสลากว่าจะเลื่อนบุคคลในบัญชีสํารองในกลุ่มอื่นใดที่ยังมีผู้อยู่ในบัญชีสํารองเหลืออยู่ แล้วดําเนินการเลื่อนบุคคลนั้นขึ้นดํารงตําแหน่ง สว. ตามวรรคหนึ่ง การจับสลากดังกล่าวให้มีผลเฉพาะการเลื่อนครั้งนั้น
3 กรณีที่ทุกกลุ่มไม่มีรายชื่อบุคคลในบัญชีสํารองเหลืออยู่สําหรับการเลื่อนบุคคลขึ้นดํารงตําแหน่ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วย สว. เท่าที่มีอยู่ แต่ในกรณีที่มี สว. เหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจํานวน สว. ทั้งหมด และอายุของวุฒิสภาเหลืออยู่เกิน 1 ปี ให้ดําเนินการเลือก สว.ขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่างภายใน 60 วันนับแต่วันที่วุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ในกรณีเช่นว่านี้ให้ผู้ได้รับเลือกดังกล่าวอยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่