มหาดไทยสั่งด่วน รื้อระบบขอสัญชาติ ทบทวนหลักเกณฑ์ ค้นหาความผิดปกติและช่องโหว่ระบบ พิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

มหาดไทยสั่งด่วน รื้อระบบขอสัญชาติ ทบทวนหลักเกณฑ์ ค้นหาความผิดปกติและช่องโหว่ระบบ พิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

View icon 18
วันที่ 15 ก.ย. 2569 | 08.47 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จัดระเบียบสังคม! มหาดไทยสั่งด่วน รื้อระบบขอสัญชาติ ทบทวนหลักเกณฑ์ ให้กรมการปกครองตรวจย้อนหลัง 1 ปี ค้นหาความผิดปกติและช่องโหว่ระบบ หลังปราบนอมินีพบหลายคดี โยงต่างชาติถือสัญชาติไทย
 
การประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย (14 ก.ย. 69) โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ติดตามผลการดำเนินงานประจำเดือน

ที่ประชุมมีข้อสั่งการให้ “รื้อระบบการขอสัญชาติ” โดยทบทวนตั้งแต่ขั้นตอน หลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณาการขอสัญชาติ รวมถึงตรวจสอบย้อนหลังถึงการได้มาซึ่งสัญชาติไทย เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปิดช่องโหว่ และปกป้องสิทธิของคนไทย

โดยข้อสั่งการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม ลงพื้นที่ตรวจสอบและปราบปรามภัยสังคมในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะปัญหาชาวต่างชาติถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทยผ่านการใช้คนไทยเป็นตัวแทน หรือ “นอมินี” หลายคดีมีความเกี่ยวพันหรือเชื่อมโยงกับบุคคลต่างชาติที่ถือสัญชาติไทย จึงนำมาสู่การทบทวนว่ากระบวนการและหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งสัญชาติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีช่องว่างที่อาจถูกนำไปใช้แสวงหาประโยชน์หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายหรือไม่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมทบทวนหลักเกณฑ์การขอสัญชาติ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายให้รัดกุมและทันต่อสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนไทย
.
นอกจากนี้ ยังขอให้กรมการปกครองเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองให้แก่เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงหมู่บ้านและชุมชน เพื่อให้ฝ่ายปกครองและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสเมื่อพบพฤติการณ์ผิดปกติ โดยเฉพาะกรณี ชาวต่างชาติหลอกนำบัตรประชาชนหรือข้อมูลของคนไทยไปใช้สวมสิทธิจัดตั้งบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบกรณีลักษณะดังกล่าวในจังหวัดสกลนครและนครพนม และอาจนำไปสู่การใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ให้กรมการปกครองตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี เพื่อค้นหาความผิดปกติและช่องโหว่ของระบบ ก่อนนำผลการตรวจสอบมาประกอบการทบทวนหลักเกณฑ์ รวมถึงพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และป้องกันไม่ให้มีการใช้ช่องว่างของกฎหมายสร้างความเสียหายต่อสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง