อิหร่านอ้างว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ชนกับทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ หลังใช้เส้นทางหวงห้าม แต่ด้านสหรัฐฯ โต้ว่า เรือลำดังกล่าวไม่ได้ชนกับทุ่นระเบิดแต่ถูกโดรนอิหร่านโจมตี นอกชายฝั่งโอมาน
วันนี้ (15 ก.ย. 69) สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่าน รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ชื่อ "เอล ไกอา" (El Gaia) ที่แล่นเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้เส้นทาง "หวงห้าม" ได้เกิดระเบิดขึ้น หลังชนเข้าหับทุ่นระเบิดของกองทัพเรืออิหร่าน ตามที่กองกำลัง IRGC เคยแจ้งเตือนไว้ถึงความเสี่ยงในการเดินเรือนอกเส้นทางที่อิหร่านกำหนด และยืนยันว่าอิหร่านยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างได้ผล
อย่างไรก็ตาม ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าว โดยยืนยันว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ "เอล ไกอา" ซึ่งจดทะเบียนในปานามา แต่เป็นของบริษัทในนครดูไบ เคยถูกอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และถูกโดรนอิหร่านโจมตีซ้ำ ขณะจอดทอดสมอนอกชายฝั่งโอมาน เมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย. 69) ที่ผ่านมา
ขณะที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ของสหประชาชาติ รายงานว่า ก่อนหน้านี้เรือ "เอล ไกอา" ได้รับความเสียหายไปเมื่อวันเสาร์ (12 ก.ย. 69) และมีลูกเรือสูญหายไป 2 คน ในขณะที่หน่วยงาน UK Maritime Trade Operations ซึ่งสังกัดกองทัพเรืออังกฤษ ระบุว่า มีเรือลำหนึ่งในช่องแคบถูกวัตถุพุ่งชนจนเกิดเพลิงไหม้และต้องมีการอพยพลูกเรือ
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อ้างว่า อิหร่านซึ่งกำลังใกล้ล่มสลาย ยังคงต้องการเจรจาทำข้อตกลงหยุดยิง และตนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าสหรัฐฯ จะเข้าร่วมในการเจรจาดังกล่าวหรือไม่
ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมัน "เอล ไกอา" เป็นหนึ่งในเรือจำนวนมากที่ทางการอิหร่านเคยกล่าวหาว่าละเมิดระเบียบปฏิบัติในการเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้
ขณะที่สถานการณ์ที่ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และการปะทะกันระหว่างกลุ่มฮูตีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบีย ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ หรือราคาตลาดโลก ยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุด ขยับขึ้นอีก 1.21 % อยู่ที่เกือบ 107 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล