จ่อขยายเฟส 2-3 คดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์

View icon 10
วันที่ 16 ก.ย. 2569 | 07.24 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ระหว่างที่ตำรวจกำลังรอเส้นทางการเงินจาก ปปง. และธนาคาร เพื่อตรวจสอบเรื่องเงินคดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่วัดฯ ก็เริ่มมีความกังวลเกิดขึ้น เมื่อมีการสั่งเก็บตู้บริจาคทั้งหมดภายในวัด จนศิษย์วัดกังวลว่า จะส่งผลกระทบต่อค่าดูแลวัดที่ได้รับในแต่ละเดือนหรือไม่

อย่างที่นำเสนอข่าวไป ว่าตอนนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ นางสาวเอ๋ หญิงคนสนิท จาก ปปง. และธนาคาร ส่งกลับมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะอยู่เฉย ๆ อย่างที่เห็นนี้ ก็ชัดเจนว่า ตำรวจยังรวบรวมข้อเท็จจริงอยู่เรื่อย ๆ เพียงแต่ไม่เปิดเผยในรายละเอียดว่า ได้ดำเนินการอะไร เพิ่มเติมอีกบ้าง

แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีความกังวลของ พนักงานและเจ้าหน้าที่ของวัด ว่าการดำเนินคดีที่เกิดขึ้น อาจทำให้พวกเขาไม่ได้รับค่าจ้าง ค่าตอบแทนในการทำงาน เพราะเข้าใจว่าตำรวจ ได้อายัดบัญชีทั้งหมดไว้ตรวจสอบ

ซึ่งเรื่องนี้ ทีมข่าวสอบถามกับ แหล่งข่าวในกองบังคับการปราบปราม ยืนยัน ตำรวจไม่มีคำสั่งให้เก็บตู้บริจาค เพราะไม่ใช่ของกลางในคดี และไม่ได้อายัดทุกบัญชีธนาคารของวัด ฉะนั้นวัดยังมีบัญชีที่ไม่เกี่ยวข้อง ที่ยังสามารถเบิกถอนเงิน ใช้ดูแลบริหารจัดการวัดได้ตามปกติ

ขณะที่ พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลคดีเบียดบังทรัพย์ วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยืนยันว่า ได้ส่งข้อมูลบัญชีธนาคารของ อดีตเจ้าอาวาส และหญิงคนสนิท ที่พบมีเงินในบัญชีประมาณ 300 ล้านบาท ให้ ปปง.ตรวจสอบแล้ว

หากได้รับข้อมูลเส้นทางการเงินกลับมา ก็จะนำไปใช้ขยายผลต่อในเฟสที่ 2 และ 3 ทันที  ยืนยันยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือหมายจับบุคคลใด

ส่วนกรณี วัดจุฬามณี ยืนยันยังไม่มีข้อมูลร้องเรียนเรื่องความผิดปกติ แต่หากมีเข้ามาก็ต้องมีการตรวจสอบ และพบหลักฐานก่อน ถึงจะดำเนินคดีได้ทันที

ส่วนพฤติกรรมความประพฤติเสื่อมเสียอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา จะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงรับไปดำเนินการ

ส่วนกรณีที่ มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ออกมาแถลงยืนยันว่า "พระมหาธีรนาถ" ประธานที่พักสงฆ์ภูผาสูง จ.นครราชสีมา ไม่ได้มีภรรยา หรือลูก แอบซ่อนไว้ตามที่มีผู้นำเสนอข่าว พร้อมกับพิจารณาจะดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่มีการนำเสนอข่าวเท็จ และอาจจะฟ้องเอาผิด ผู้บังคับการ ปปป. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บอกว่า คดีนี้ตำรวจสืบสวนทำคดีเมื่อเดือนมกราคม และได้ส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. พิจารณา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้ แต่ยืนยันว่า ทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง