เช้านี้ที่หมอชิต - ต่อเนื่องกับประเด็นคดี "ฮั้ว สว." ซึ่งยังมีความเคลื่อนไหวหลากหลายแง่มุม โดยเมื่อวาน (15 ก.ย.) นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เสียงข้างน้อย ในคดี "ฮั้ว สว." ออกมาทิ้งบอมบ์ใส่ กกต. เสียงข้างมาก ชี้แจงเหตุผล เห็นควรส่งฟ้องนักการเมือง
ขณะที่เมื่อคืน เวลา 19.13 น. กกต. ได้เผยแพร่ข้อมูลมติการพิจารณาสำนวนการไต่สวนในคดี "ฮั้ว สว." ในข้อหาที่ 1 และข้อหาที่ 2 ซึ่งทราบกันตั้งแต่วันก่อนแล้วว่า กกต. มีมติไม่ส่งฟ้อง "นักการเมือง"
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติการพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือก สว. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ใน 2 ข้อกล่าวหา หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งคำถามว่า "เหตุใดจึงไม่มีการเปิดเผยมติ"
โดยข้อหาที่เป็นประเด็น คือ "กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว."
สำหรับมติในข้อหานี้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ "กลุ่มมติเอกฉันท์" 7 คน รายชื่อบิ๊กเนม อาทิ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายไชยชนก ชิดชอบ รวมถึง นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล
อีกกลุ่ม คือ "มติ 6 ต่อ 1" คือ นางสาวพิมพ์ฤดา ตันจรารักษ์ และ นายธนยศ ทิมสุวรรณ
และกลุ่มสุดท้าย คือ "มติ 5 ต่อ 2" จำนวน 12 คน มีทั้ง "นายกฯ อนุทิน", นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, นายนภินทร ศรีสรรพางค์, นางสุขสมรวย วันทนียกุล, นายภราดร ปริศนานันทกุล รวมถึง นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการใด ๆ ในพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น
ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 คือ ผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และไม่ดำเนินคดีอาญา 140 คน
การออกมาเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 ก.ย.) นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเป็น 1 ใน 2 กกต. เสียงข้างน้อยในมติคดี "ฮั้ว สว." ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญ
นายสิทธิโชติฯ เปิดเผยว่า ตนเอง และ นายชาย นครชัย กกต. อีกคนหนึ่ง เป็นเสียงข้างน้อย ที่เห็นว่าควรส่งฟ้องกรรมการบริหารพรรค หรือ สส. ในข้อกล่าวหาคดี "ฮั้ว สว."
โดยมองว่ามีพยานหลักฐานที่ค่อนข้างจะเชื่อถือได้ เพราะการกระทำครั้งนี้ไม่ได้ทำแค่จุดเดียว แต่กระจายทั่วประเทศ โดยนัดประชุมกันในแต่ละโรงแรมเพื่อทำโพย 12 โพย ซึ่งทุกพื้นที่ล้วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว
ส่วนเรื่องการโทรศัพท์ และเส้นเงิน พยานให้การว่ามีการติดต่อกับสมาชิกพรรค, กรรมการบริหารพรรค, สส. มีการยึดโยงกันอยู่จริง
พยานที่เคยเป็นเลขาฯ หน้าห้องของรัฐมนตรี ให้การว่าหลังจาก กกต. ประกาศผลการเลือก สว. แล้ว มีการนัดประชุม สว. ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
โดยพบคนสำคัญในพรรคการเมืองนั้นเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดตัวประธาน และรองประธานวุฒิสภา ซึ่งข้อพิรุธทั้งหลาย เมื่อฟังประกอบกับทุกสิ่งแล้ว ความเห็นเสียงข้างน้อยจึงเห็นว่า ผิดตามข้อกล่าวหา
พร้อมทิ้งท้ายว่า ถ้าจับแค่งวงก็ไม่ใช่ช้าง จับแค่หูก็ไม่ใช่ช้าง แต่ถ้านำมารวมกัน มันก็เป็นช้าง
และภายหลังจากที่มีการให้สัมภาษณ์ของนายสิทธิโชติฯ ปรากฏว่า "iLaw" ได้ออกมาโพสต์ข้อมูลมติของ กกต. เพิ่มเติมเกี่ยวกับมติ "5-2" ที่ไม่ส่งฟ้อง "นักการเมือง" ในคดี
โดยมีการเปิดเผยรายชื่อมติ กกต. เสียงข้างมาก ประกอบด้วย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต., นายณรงค์ รักร้อย, นายจิรุตม์ วิศาลจิตร, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
ส่วนความเคลื่อนไหวของสมาชิกวุฒิสภาในกลุ่ม 26 สว. ที่ กกต. มีมติส่งฟ้อง ในการประชุมวุฒิสภาเมื่อวาน (15 ก.ย.) สว. หลายคนยังคงมาร่วมประชุมตามปกติ
สว.หลายคนเดินเข้ามาทักทาย และสวมกอดให้กำลังใจนางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส หลังเป็น 1 ใน 26 สว. ที่ถูก กกต. ส่งฟ้อง
นางสาวอัจฉรพรรณฯ ยืนยัน ไม่กังวล กรณี กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกา ส่วนที่มีภาพเพื่อน สว. เข้ามากอดนั้น เป็นการกอดกันตามปกติทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งในกลุ่ม 26 สว. ยังไม่ได้คุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป