วันนี้ (17 ก.ย. 69) จากกรณีที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 3 คน ออกตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ โดยใช้วิธีงัดตู้แลกเหรียญภายในร้านซักผ้า รวมถึงก่อเหตุในพื้นที่อื่น ๆ ทั้ง จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง หลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามหาเบาะแสและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ล่าสุด พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ, พ.ต.ท.ชัยมงคล จันทพรม รอง ผกก.สภ.พลูตาหลวง และ พ.ต.ท.เกรียงไกร มีแสง รอง ผกก.สส.สภ.สัตหีบ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัย ก่อนเชิญตัวเยาวชนชายอายุ 16 ปี และ 17 ปี จำนวน 2 คน มาสอบถามและตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญ ได้แก่ ซองบัตรห้อยคอที่มีข้อความเกี่ยวข้องกับตำรวจภูธรภาค 2 กุญแจมือ รวมถึงพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกภาพกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ขณะออกตระเวนก่อเหตุในพื้นที่ต่าง ๆ
เบื้องต้น เยาวชนทั้ง 2 คน ให้การรับว่า บุคคลในภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นพวกตนเอง และยอมรับว่าเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์จริง โดยจากการสอบสวนยังพบว่าทั้งสองรายเป็นเยาวชนอายุ 16 และ 17 ปี เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการสอบปากคำ เยาวชนทั้งสองได้พาดพิงถึงชายที่รู้จักในชื่อ “ต๋อง” อายุประมาณ 16 ปี ที่ไปร่วมก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบถาม
โดยเยาวชนอ้างว่า ชายคนดังกล่าวเคยช่วยงานตำรวจและมีลักษณะเป็นสายของตำรวจในพื้นที่ อ.บางละมุง ก่อนจะใช้อาวุธปืนข่มขู่และบังคับให้พวกตนออกไปก่อเหตุลักทรัพย์ แล้วนำเงินที่ได้มาส่งให้
เยาวชนทั้งสองอ้างว่า หากไม่ยอมทำตามจะถูกยิง จึงเกิดความหวาดกลัวและจำใจออกไปก่อเหตุ พร้อมระบุว่า ชายดังกล่าวมีพฤติกรรมพกพาอาวุธปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกรงว่าจะเกิดอันตรายกับตนเองและครอบครัว
นอกจากนี้ เยาวชนยังกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมของชายที่พวกตนเกรงกลัวว่า มีลักษณะคล้ายกับคดีของ “ป๋อง” ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญในพื้นที่ สภ.ห้วยใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดี
ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังเป็นเพียงคำให้การของเยาวชน และตำรวจจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ส่วนเยาวชนอีกหนึ่งคนที่ถูกกล่าวถึงในชื่อ “ต๋อง” ขณะนี้ยังไม่สามารถเชิญตัวมาสอบถามได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัว เพื่อนำมาสอบสวนถึงข้อเท็จจริงและตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่
ขณะที่เยาวชนทั้งสองคน ยืนยันว่าพร้อมรับผิดในส่วนของการกระทำของตนเอง และยินยอมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย พร้อมร้องขอให้ตำรวจเร่งติดตามตัวบุคคลที่พวกตนอ้างว่าข่มขู่และบังคับมาดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ทรัพย์สินและอุปกรณ์ที่ตรวจพบ รวมถึงคำให้การของเยาวชน เพื่อขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด