สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายที่มุ่งปกป้องครัวเรือน จากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องมาจากการขยายตัวของ ดาตาเซ็นเตอร์ ในปัจจุบัน
วานนี้ (16 ก.ย.) สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายที่มุ่งปกป้องครัวเรือนจากค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องมาจากการขยายตัวของ "ดาตาเซ็นเตอร์" (Data Center) หรือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมเซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ (Server) และระบบเครือข่ายจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล ถือเป็นครั้งแรกที่มีการผลักดันกฎหมายที่แก้ไขปัญหาเรื่องผลกระทบจากการการเติบโตของ ดาตาเซ็นเตอร์ โดยตรง
โดยสภาผู้แทนราษฎรซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ลงมติ 417 ต่อ 3 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมายคุ้มครองผู้จ่ายค่าไฟฟ้า (Ratepayer Protection Act) ซึ่งจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ พิจารณาว่าผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ รวมถึง ดาตาเซ็นเตอร์ ควรแบกรับต้นทุนส่วนเพิ่มของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของพวกเขาหรือไม่
ทั้งนี้การทำงานของ ดาตา เซ็นเตอร์ ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาจำนวนมหาศาล จึงอาจส่งผลกระทบต่อครัวเรือน และทำให้ภาครัฐเสียงบประมาณในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สนับสนุนการพัฒนาศูนย์ข้อมูล Data Center อย่างเต็มที่ โดยมองว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเคยกล่าวไว้ว่าศูนย์ข้อมูลทำให้ผู้คนและมลรัฐมีความมั่งคั่ง พร้อมขนานนามสิ่งเหล่านี้ว่าเป็น "น้ำมันแห่งช่วง 20-25 ปีข้างหน้า"
ในขณะเดียวกัน สมาชิกรัฐสภาจากทั้งสองพรรคเผชิญกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับความต้องการใช้พลังงานที่พุ่งสูงขึ้นของอุตสาหกรรมนี้ จากผลโพลของมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ แอมเฮิร์สต์ ที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ ระบุว่าชาวอเมริกันเพียง 11% เท่านั้นที่สนับสนุนการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในชุมชนของตน