ทีมสวบสวนเกาหลีใต้ได้ระดมทีมเจ้าหน้าที่กว่า 561 นาย เริ่มลงพื้นที่เก็บหลักฐาน และสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมเก็บภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แน่ชัดของ “โศกนาฏกรรมอิแทวอน” ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 155 คนแล้ว
วันนี้ (1 พ.ย. 65) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมสอบสวนเหตุเหยียบกันตายในงาน "ฮาโลวีน" ที่ย่าน "อิแทวอน" ของเกาหลีใต้ เริ่มลงพื้นที่เก็บหลักฐานแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 155 คนแล้ว
โดยเจ้าหน้าที่ทีมสวบสวนกรณีเหตุคนเบียดเสียดและเหยียบกันตาย ในงานเทศกาลวัน "ฮาโลวีน" ที่ย่าน "อิแทวอน" ของเกาหลีใต้ เริ่มเข้าเก็บรวบรวมหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ โดยมีการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และพนักงานร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดของเอกชนมากกว่า 50 ตัว รวมทั้งภาพคลิปวิดิโอต่าง ๆ ที่เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แน่ชัดของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้
ทางประธานาธิบดี "ยุน ซ็อก-ย็อล" ของเกาหลีใต้ ได้สั่งให้มีการสอบสวนอย่างละเอียด โดยให้มุ่งเน้นการสอบสวนไปที่การหาต้นต่อที่นำไปสู่การเบียดเสียดกันอย่างกะทันหัน และหาว่า มีผู้ใดเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ ขณะที่ กระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัยของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ตำรวจได้ระดมทีมเจ้าหน้าที่สอบสวนกว่า 561 นาย
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า มีประชาชนเดินทางไปที่ย่านอิแทวอน ในวันดังกล่าวประมาณ 100,000 คน ซึ่งจากรายงานของรถไฟใต้ดินกรุงโซล พบมีผู้โดยสารราว 81,573 คน เดินทางมาลงที่สถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ราว 23,800 คน แต่ทางการกลับส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยเพียง 137 นาย
ขณะเดียวกัน มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 4,000 นาย ไปดูแลงานปราศรัยของพรรคแรงงาน และกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดี "ยุน ซ็อก-ย็อล" ที่ย่านควังฮวามุน ที่จัดขึ้นในวันเดียวกัน ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญออกมาให้ความเห็นว่า เหตุสลดครั้งนี้เป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากมีมาตรการความปลอดภัยและการควบคุมฝูงชนอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิต ล่าสุด เพิ่มขึ้นเป็น 155 คนแล้ว และบาดเจ็บอีก 152 คน ซึ่งยังคงมีผู้บาดเจ็บสาหัสอยู่ 30 คน ขณะที่ ประชาชนในเกาหลีใต้พากันเดินทางมาร่วมวางดอกไม้แสดงความอาลัย ทั้งที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟใต้ดินอิแทวอน ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และที่ "โซล พลาซา" บริเวณศาลาว่าการกรุงโซล