สถาบันของฝรั่งเศสเผยว่า สามารถรักษาผู้ป่วย HIV หายเป็นคนที่ 3 ของโลก ด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ แม้จะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนแต่ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของวงการแพทย์ในยุคปัจจุบัน
วันนี้ (22 ก.พ. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถาบันปาสเตอร์ ของฝรั่งเศสแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (20 ก.พ. 66) ที่ผ่านมาว่า สามารถรักษาผู้ป่วยชายที่รู้จักในชื่อ “ผู้ป่วยดุลเซลดอร์ฟ” อายุ 53 ปี ผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ให้หายขาดได้สำเร็จด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด หรือ สเต็มเซลล์จากไขกระดูก
โดยมีการเปิดเผยว่า ผู้ป่วยคนนี้ติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่ปี 2551 แต่หลังจากนั้น 3 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์ที่อันตรายถึงชีวิต จนกระทั่งเขาได้รับการบริจาคสเต็มเซลล์ที่สามารถเข้ากันได้กับร่างกายและมีการรักษาเรื่อยมาจนได้หยุดการให้ยาในปี 2561 และอีก 5 ปีต่อมา เขาได้เข้าทดสอบหาร่องรอยของเชื้อและไม่พบเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาแล้ว
ทางแพทย์จึงลงความเห็นว่า เขาได้หายจากการติดเชื้อเอชไอวี นับเป็นผู้ป่วยคนที่ 3 ของโลกตามหลังผู้ป่วย 2 คนก่อนหน้าจากเบอร์ลินและลอนดอนที่มีรายงานว่ารักษาหายจากโรคชนิดนี้
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในครั้งนี้จะสามารถส่งต่อข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการรักษาโรคเอชไอวีได้อย่างมาก โดยหวังว่าจะเป็นแนวทางในการรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคดังกล่าวได้มากขึ้นในอนาคต หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2523 จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 40 ล้านคนทั่วโลก แม้จะเริ่มมีการพัฒนายาบางชนิดที่ทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตกับโรคได้นานขึ้น แต่โรคเอชไอวียังคงเป็นโรคที่ไม่มีแบบแผนการรักษาที่สามารถทำให้หายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนโรคทั่วไป