ยุทธพร อิสรชัย วิเคราะห์ขวากหนาม ก้าวไกล

View icon 54
วันที่ 25 พ.ค. 2566 | 06.35 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มองว่า นอกจากพรรคก้าวไกลต้องหาเสียง สว. เพื่อสนับสนุนโหวต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็กำลังเป็นเกมชิงดำระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ ถือเป็นขวากหนามในการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ง่ายเลยของพรรคก้าวไกล 

รองศาตราจารย์ ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ "เช้านี้ที่หมอชิต" ว่า เกมชิงดำประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เพราะว่าการเลือกประธานสภาฯ จะเป็นจุดตั้งต้น ที่จะนำไปสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี และยังมีปัจจัยที่จะเกิดขึ้นต่อ

จากนั้น อีกทั้งประธานสภาผู้แทนฯ ยังเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง มีความสำคัญมาก ดังนั้น เมื่อเห็นหน้าตาของประธานสภาฯ ก็จะเห็นรูปโฉมทิศทางที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี และการแต่งตั้งรัฐบาลว่าจะออกมาทิศทางไหน โดยการโหวตเลือกประธานสภาฯ ประเพณีปฏิบัติเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่เสมอไปว่าจะต้องเป็นพรรคอันดับหนึ่งเท่านั้น 

ส่วนการที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า แสดงความเห็นพรรคก้าวไกลต้องได้ตำแหน่งประธานสภาฯ นั้น เพราะอาจไม่ต้องการให้มีเกมที่เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่การเมืองเป็นการแสวงหามิตร จึงต้องเป็นการคุยกันเพื่อให้เกิดความลงตัว เพราะโครงสร้างรัฐบาลก้าวไกล พรรคอันดับหนึ่งคือก้าวไกล อันดับสองคือเพื่อไทย ส่วนพรรคอื่นได้ สส. ต่ำสิบ ถ้าพรรคเพื่อไทยถอดปลั๊ก ทุกอย่างก็ไปต่อไม่ได้

รองศาตราจารย์ ยุทธพร ยังกล่าวถึง การตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกลในขณะนี้ว่า สภาพความเป็นจริงไม่ง่าย เพราะมีปัจจัยที่เป็นผกผันหลายอย่าง ไม่ว่าจะ เรื่องของประกาศรับรองผลของ กกต. เรื่องของการอาศัยเสียง สว. โหวตนายกฯ กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจึงเหมือนอยู่ในมือ สว. เป็นผู้กำหนด

ส่วนการโหวตนายกฯ ไปเรื่อย ๆ รอจน สว. หมดวาระ มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก เพราะจากนี้ไปถึง 11 พฤษาคมปีหน้า ที่ สว. จะหมดวาระ จะส่งผลต่อเสถียรภาพการเมือง เศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาลจนถึงตอนนี้ ยังมีโอกาสพลิกได้