บรรยากาศสุดเศร้า น้ำตาท่วมร่วมส่งดวงวิญญาณ "ผกก.เบิ้ม"

บรรยากาศสุดเศร้า น้ำตาท่วมร่วมส่งดวงวิญญาณ "ผกก.เบิ้ม"

View icon 457
วันที่ 17 ก.ย. 2566 | 17.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บรรยากาศสุดเศร้า น้ำตาท่วมร่วมส่งดวงวิญญาณ "ผกก.เบิ้ม" ผู้เป็นพ่อร่ำไห้ สูญเสียแก้วตาดวงใจ ถูกพิพากษาจนเกิดความเครียด ถึงทุกอย่างคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น ก็ไม่สามารถนำลูกกลับมาได้แล้ว

วันนี้ (17 ก.ย.2566) ที่เมรุ วัดใหญ่ท่าเสา ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ บรรยากาศพิธีฌาปนกิจศพ พ.ต.อ.วชิรา หรือ ผกก.เบิ้ม ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. เป็นไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยจากครอบครัว ญาติมิตร ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนตำรวจจากทุกเหล่า ที่มาร่วมส่งดวงวิญญาณของ ผกก.เบิ้ม เป็นครั้งสุดท้าย

โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ  ปานแก้ว รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พล.ต.วิทยา แก้วพรม ผบ.มทบ.35, นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ พร้อมข้าราชการตำรวจ ทหาร เพื่อนๆ ประชาชนทั่วไป และญาติสนิทของครอบครัว “ยาวไทยสงค์” เข้าร่วมในพิธีฌาปนกิจศพเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ได้โผเข้ากอดพ่อของ ผกก.เบิ้ม พร้อมก้มลงกราบ พ่อผู้กำกับเบิ้ม ภายในงานด้วย 

6506d7182cc376.27540812.jpg

สำหรับการเคลื่อนศพจากศาลามาที่เมรุนั้น น้องชายของ ผกก.เบิ้ม เดินถือกระถางธูป เพื่อนตำรวจถือรูปและพานบรรจุเครื่องแบบข้าราชการปกติขาว บุตรชายวัย 8 ขวบของ ผกก.เบิ้ม ร่วมบวชหน้าไฟ โดยมีคุณพ่อ และคุณแม่ ของ ผกก.เบิ้ม ร่วมในการจูงโรงศพ ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและระดับผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมรุ่น ทหาร 39 และนายร้อยตำรวจ 55 เดินวนรอบเมรุ 3 รอบ และเริ่มพิธีทอดผ้าบังสุกุล อ่านประวัติและยืนไว้อาลัย พ.ต.อ.วชิรา หรือ ผกก.เบิ้ม

6506d717d800e5.34375291.jpg

โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ประธานในพิธี เป็นผู้ทอดผ้าไตรบังสุกุลชุดสุดท้าย นำข้าราชการตำรวจวางดอกไม้จันท์ จากนั้นเพื่อนข้าราชการตำรวจ และผู้ร่วมงาน ทยอยเดินขึ้นวางดอกไม้จันท์ ก่อนจะทำการเผาจริงในเวลา 14.00 น. ทั้งญาติตั้งแถวขอบคุณผู้ร่วมงาน โดยมอบของที่ระลึกคือ หนังสือสวดมนต์ มีรูปของ พ.ต.อ.วชิรา ที่หน้าปก และพระนอน วัดโพธิ์

6506d717ad4595.89133916.jpg

พ.อ.วินัย ยาวไทยสงค์ อดีตนายทหาร ม.พัน 7 บิดาของ ผกก.เบิ้ม กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายเสียชีวิต ตนเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เพราะเป็นแก้วตาดวงใจ ถามว่าร้องไห้ไหม เสียน้ำตาไหม ตอบว่าน้ำตาไหลตั้งแต่ทราบข่าวในวันแรกในการเสียชีวิตของลูก การสูญเสียครั้งนี้มันย่ำแย่ แม้ว่ามันจะเอาคืนไม่ได้ มันเป็นบาดแผล ที่มีความรู้สึกว่า สูญเสียแก้วตาดวงใจ ลูกถูกพิพากษา จากสังคมช่วงระยะเวลาหนึ่ง เข้าใจว่าเกิดความเครียดได้ แต่หลังจากนั้นเมื่อคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ก็ไม่สามารถนำลูกกลับมาได้ ตนเองได้สร้างลูกให้เป็นนักรบและพรานเวหาที่เก่งกาจสามารถเป็นทุกสิ่งทุกอย่างและนี่เป็นความภาคภูมิใจที่สุด อยากบอกไปยังลูกชายว่า ขอให้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี และพ่อแม่จะรอเป็นพ่อเป็นแม่อยู่ตลอดเวลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง