ทนายอนันต์ชัย นำทีม บิ๊กโจ๊ก พร้อมตำรวจ 8 นาย แถลงยืนยัน เราไม่ได้สู้แบบหลังพิงฝา แต่สู้แบบปัญญาชน

ทนายอนันต์ชัย นำทีม บิ๊กโจ๊ก พร้อมตำรวจ 8 นาย แถลงยืนยัน เราไม่ได้สู้แบบหลังพิงฝา แต่สู้แบบปัญญาชน

View icon 410
วันที่ 27 ก.ย. 2566 | 19.10 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนายอนันต์ชัย นำทีม บิ๊กโจ๊ก พร้อมตำรวจ 8 นาย แถลงยืนยัน เราไม่ได้สู้แบบหลังพิงฝา แต่สู้แบบปัญญาชน ลั่น  อาทิตย์หน้า มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ รอดูว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับวงการสี

27 กันยายน 2566 ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พร้อม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และตำรวจอีก 8 นาย ที่ถูกดำเนินคดี หลังถูกจับเอี่ยวเว็บพนันเรือข่ายมินนี่ แถลงข่าวพร้อมกัน โดยทนายอนันต์ชัย ระบุว่า ตนเองพร้อมทีมบิ๊กโจ๊ก  สู้อย่างคนมีปัญญา ไม่ใช่สู้แบบหลังพิงฝา ตนเองไม่หนักใจ ตนเองถือว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ใครจะเป็นอะไร ตนเองไม่สนใจ เพราะสนใจอยู่อย่างเดียว คือ ถูกหรือผิด

ตนเองได้สอบถามตำรวจ 8 นาย ซึ่งยืนยันว่า ไม่ผิด เพราะฉะนั้น ตนเองขอเตือนไว้ว่า ชุดพนักงานสอบสวน สตช.ทั้งหมด เตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน ไม่มีมวยล้มต้มคนดู บิ๊กโจ๊ก และตำรวจอีก 8 นาย ทำความดีมาเยอะแยะ ไม่เคยคิดที่จะสรรเสริญ แต่เมื่อพลาดครั้งเดียวจะเอาตายเลยหรือ แล้วตนเองอยากฝากเตือนคนที่นำข้อมูลออกมาเผยแพร่ และ ตำรวจ สอท. ระวังตัวให้ดี ตนเองทำคดีฟ้องหมิ่นประมาทมาเป็นร้อยคดี ฟ้องจนชำนาญและเชี่ยวชาญ ขอตำรวจ สอท. ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำแต่สิ่งที่ถูกใจ เมื่อไหร่ทำสิ่งที่ถูกใจและไม่ถูกต้อง แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง ตนเองจำทำความจริงให้ปรากฏ ถ้าตำรวจคนไหนผิด ก็ต้องยอมรับผิด แต่ถ้าคนไหนผิด เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมมกับเขา ส่วนการย้ายเป็นเรื่องปกติธรรมดา โดยทนายอนันต์ชัย ย้ำว่า อาทิตย์หน้า มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ รอดูว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับวงการสี

ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย หรือ หนึ่ง ซึ่งเป็นตำรวจที่มีภาพกับมินนี่ เปิดใจว่า ภาพถ่ายที่ปรากฎเพราะมินนี่ขอถ่ายภาพ ซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ ยอมรับว่า รู้จักกันแน่นอน ตั้งแต่ปี 63 โดยรู้จักกันแค่ 2 เดือนแล้วมินนี่ก็หายไป 2 ปี มาเจออีกครั้งเมื่อต้นปี ตนเองมีความสนิทสนมพอสมควร แต่ไม่รู้ว่ามินนี่ทำอะไร ตนเองสงสารคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้มันเกิดจากตนเอง จริงๆเรื่องนี้ตนเองต้องรับและต้องแก้เอง ซึ่งเรื่องคดีมอบหมายให้ทนายดำเนินการทั้งหมด ตนเองคุยกับมินนี่ล่าสุด ตั้งแต่มินนี่ถูกจับ เพราะโทรหาตนเองแค่ครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกับมินนี่อีกเลย ส่วนที่มินนี่ได้รับการประกันตัว ไม่ใช่เพราะตนเองอยากแน่นอน ซึ่งสามารถไปตรวจสอบกับผู้กำกับโรงพักได้เลย

ตนเองรู้จักกับแม่ของมินนี่ ขณะที่ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้กำกับ สภ.เมืองเลย เมื่อปี 63 ซึ่งแม่ของมินนี่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นเป็น ก.ตร.โรงพัก ตนเองจึงเจอมินนี่ในงานเลี้ยง 2 ครั้ง หลังจากนั้นตนเองก็ย้ายมาที่ขอนแก่น แล้ว 2 ปี ไม่เคยติดต่อเลย ซึ่งสามารถไปตรวจสอบได้เลย มาเจออีกครั้งตอนต้นปีที่ผ่านมา

"บางครั้งผมก็เป็นคนมีชื่อเสียงนะ มีคนขอถ่ายรูป มันก็เรื่องปกติ แต่น้องเขาผมก็ไม่ได้ปฏิเสธความรู้จัก หรือความสนิทสนมกัน "

หลังจากนี้เรื่องที่เจตนาทำให้เสียหาย ตนเองมอบให้ทนายความดำเนินการทุกเรื่อง ตนเองก็ไม่เคยมาตอบโต้อะไร แต่เรื่องนี้ มันเกินไป ตนเองเป็นตำรวจ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปทำอะไร ก็ไปหมดแล้ว ยืนยัน ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน มียอดเงินเข้ามาแค่นี้ ตนเองจะเป็นเจ้าของได้อย่างไร ในชีวิตของตนเอง มีบัญชีเดียว เป็นบัญชีเงินเดือนเท่านั้น ไม่เคยมีบัญชีอื่น

ขณะที่ พลตำรวจตรี นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า วันนี้ไม่ได้วิตกกังวล หรือ เครียดอะไร เพราะเรื่องจริง ก็คือเรื่องจริง ความจริงก็คือความจริง ข้อเท็จจริงก็ต้องไปพิสูจน์ทราบกันต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อทีมข่าวสอบถามว่า มองว่าเรื่องนี้เหมือนถูกกลั่นแกล้งหรือไม่ พลตำรวจตรีนำเกียรติ บอกว่า วันหน้าเราจะทราบกันเองว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งการออกหมายจับตำรวจ ใช้คำนำหน้าว่า “นาย” ซึ่งถ้าในระดับพลตำรวจตรีแล้ว ก็ต้องรู้อยู่แก่ใจว่า ตำรวจคงไม่หลบหนี และก็ไปต้องมอบตัวเอง แต่นี่ก็ต้องมองว่ามีเจตนาอะไรหรือไม่

ส่วนช่วงตอนจับกุมตัวเองนั้น ก็เป็นไปตามภาพที่ปรากฏ แล้วแต่สื่อจะพิจารณา ทุกคนเห็นภาพก็พิจารณาตัดสินใจได้ ขอไม่กล่าวถึงใคร

ในขณะที่พันตำรวจเอกเขมรินทร์ ยอมรับว่ารู้จักกับมินนี่ โดยผ่านจากพันตำรวจเอกภาคภูมิ ซึ่งเป็นพี่ชายเป็นคนแนะนำให้รู้จัก เท่าที่จำได้เคยเจอกันเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น เป็นร้านอาหารหนึ่งครั้ง และเป็นที่สถานบันเทิงอีกหนึ่งครั้ง ทุกครั้งที่เจอกันเนื้อหาส่วนใหญ่ที่มีการพูดคุยก็จะเป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งมินนี่ ก็ได้มีการถ่ายรูปคู่กับต้นแล้วส่งไปให้พันตำรวจเอกภาคภูมิดู ซึ่งจึงเป็นเรื่องที่มีคนนำมาเชื่อมโยงกันว่าตนมีความสนิทสนมกับมินนี่ ต้นจำไม่ได้ว่าภาพนี้ถ่ายเมื่อเดือนไหนจำได้เพียงว่าได้มีการถ่ายในปีนี้ ส่วนใหญ่ตนเองและพันตำรวจเอกภาคภูมิ พี่ชาย ก็ไม่ค่อยมีเวลาได้มาเจอกันอยู่แล้วเพราะต่างคนต่างทำงานคนละพื้นที่ จึงทำให้ตนไม่ทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมินนี่และพี่ชาย ส่วนเรื่องของหมายจับหลังจากที่เห็นหมายจับมาถึงบ้านก็ยอมรับว่าตกใจ เพราะตัวเองโดนข้อหาเรื่องของการพนัน และฟอกเงิน และยังพบข้อพิรุธในหมายจับที่ไม่ได้มียศนำหน้า ส่วนอาชีพก็มีการระบุว่ารับจ้างเท่านั้นไม่ใช่การรับราชการตำรวจ ซึ่งประเด็นนี้ได้นำเรื่องให้กับทนายความเป็นคนตรวจสอบแล้ว

ส่วนเรื่องบัญชีธนาคาร ยืนยันว่าไม่ได้มีบัญชีม้าเพราะตลอดชีวิตการรับราชการมีเพียงบัญชีเดียวที่เอาไว้ใช้รับเงินเดือนโดยเปิดไว้ตั้งแต่เป็นยศร้อยตำรวจโท ดังนั้นตนเองไม่มีความจำเป็นที่จะนำบัญชีไปรับเงินที่ไม่บริสุทธิ์ เพราะมันไม่คุ้มกัน

ขณะที่ พันตำรวจโทคริษฐ์ ปริยะเกตุ รองผู้กำกับสืบสวนสภ. สำโรงเหนือ ได้พูดสั้นๆ กับผู้สื่อข่าว ถึงประเด็นเรื่องไปพัวพันกับบัญชีม้า ของเครือข่ายของพนันออนไลน์มินนี่ บอกว่า ตนเองไม่ขอพูดเรื่องดังกล่าว  ขอให้ทนายอนันต์ชัยเป็นคนพูดแทน เพราะตนเองได้บอกรายละเอียดทั้งหมดไปแล้ว ส่วน ประเด็นที่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ ระบุว่าได้นำเงินส่วนตัวไปให้ พ.ต.ท.คริษฐ์  ไปบริหารจัดการนั้น ระบุว่า ดังกล่าวขอให้บิ๊กโจ๊กและทนายเป็นคนชี้แจง พร้อมยืนยันว่า “ตัวเองบริสุทธิ์กับเรื่องที่เกิดขึ้น” ส่วนเมื่อถามว่าพันตำรวจโทคริษฐ์ ติดการพนันหรือไม่ได้ก็ตอบว่า ทุกอย่างมอบให้ทนายไปหมดแล้ว และเมื่อถามว่ามีปัญหาทางด้านการเงินหรือไม่ ก็ตอบเช่นเดียวกันว่าจะให้ทนายเป็นคนชี้แจง เพราะรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวข้องกับสำนวนในคดี แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเอาเงินไปหมุน เพราะมีปัญหาทางด้านการเงินหรือไม่ ยังคงยืนยันว่า “ไม่ครับ” และ ผู้สื่อข่าวถามย้ำต่ออีกว่า เกี่ยวข้องกับการพนันหรือไม่ ก็ตอบว่า “ผมไม่เล่นการพนันอยู่แล้วครับ”