เช้าข่าว 7 สี - ตำรวจ PCT เรียกประชุมเพื่อสรุปข้อมูลผู้ที่จะเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยาน คดีจับกุมเครือข่ายเว็บฯ พนัน พัวพันตำรวจ 8 นาย ลูกน้องทีม "บิ๊กโจ๊ก" มี 7 คน กับ 1 สมาคม แต่ยังไม่ระบุว่าจะเรียกให้มาพบเมื่อใด ขณะที่ "มินนี่" หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าของเว็บฯ พนัน ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ PCT เข้าร่วมประชุมที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีการจับกุมตำรวจ 8 นาย ที่พบมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย "บอสตาล" และ "มินนี่"
พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนได้ส่งรายงานข้อมูลบุคคล 7 คน กับอีก 1 สมาคมสื่อมวลชน ให้พนักงานสอบสวนพิจารณาออกหมายเรียกมาสอบปากคำในฐานะพยาน ตามที่พบมีพฤติการณ์รับเงินจากบัญชีม้าที่มียอดเงินตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะต้องเรียกให้มาพบเมื่อใด ส่วนที่ผ่านมาก็มีคนมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนมากกว่า 10 คนแล้ว
ส่วนกรณีการออกหมายจับตำรวจ 8 นาย เพราะเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงเกิน 3 ปี พนักงานสอบสวนสามารถออกหมายจับได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียก หากหลังจากนี้พบมีความผิดอื่นที่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ จะส่งฟ้อง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ต่อไป
ขณะที่เมื่อวานนี้ พลตำรวจโท ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน เป็นหนึ่งในคนที่ตัดสินใจเข้าแสดงความบริสุทธิ์ ชี้แจงที่มาที่ไปเงินที่รับโอนจากทีมงาน "บิ๊กโจ๊ก" บอกว่า ตำรวจ PCT พบมีเส้นทางการเงินโอนมาจาก นายวุฒิพงษ์ หนึ่งในบัญชีม้า ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โอนเข้าบัญชี พันตำรวจโท คริส ปริยะเกตุ 1 ใน 8 ตำรวจที่ถูกออกหมายจับ ก่อนจะโอนเงินมายังบัญชีของตนเอง เดือนละ 50,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ เป็นค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ภายในสำนักงานสมาคมพนักงานสอบสวน และยังมีเงินโอนอีกเดือนละ 50,000 บาท ในฐานะที่ปรึกษาให้กับ "บิ๊กโจ๊ก" ซึ่งได้อธิบายที่มาที่ไป และยืนยันว่าไม่ทราบมาก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเว็บฯ พนันออนไลน์ หรือมาจากบัญชีม้า
อีกคนที่ถูกพาดพิงถึงในข่าวช่วงหลายวันมานี้ ก็คือ "มินนี่" ผู้ต้องหาคดีเว็บฯ พนัน ที่ถูกตำรวจ PCT จับกุมไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และประกันตัวระหว่างสู้คดี ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ แต่เพราะมีภาพที่ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับ พันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิสมัย 1 ใน 8 ตำรวจที่ถูกออกหมายจับ และมีเส้นทางการเงินบางส่วนเชื่อมโยงถึงกันด้วย พอข่าวเริ่มพูดถึงมาก ๆ เข้า เจ้าตัวจึงตัดสินใจให้พี่สาวช่วยประสานกับสื่อมวลชนว่าจะขอเปิดใจ แล้วขึ้นเครื่องบินบินจากประเทศสิงคโปร์ มาให้สัมภาษณ์
มินนี่ บอกว่า รู้จักกันในงานเลี้ยงที่จังหวัดเลย เมื่อปี 2563 เคยคบกันในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่พอรู้ว่า พันตำรวจเอก ภาคภูมิ มีครอบครัวแล้ว จึงได้หยุดการติดต่อ ก่อนจะเริ่มกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งเมื่อต้นปี แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลย ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมามีการยืมเงินกันไปมา เพราะตนเองชอบไปท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อย และไม่ได้รู้จักกับ "บิ๊กโจ๊ก" เป็นการส่วนตัว ส่วนภาพที่หลุดออกมา 2 ภาพในโซเชียล เป็นภาพที่ตนเองถ่ายและเผยแพร่เอง แต่รูปอื่น ๆ รวมถึงข้อความสนทนา ไม่เคยโพสต์ที่ไหน คาดหลุดจากที่ถูกตำรวจ PCT 4 ตรวจยึดโทรศัพท์ไปตรวจสอบ จึงตั้งคำถามกลับตำรวจว่า ทำไมถึงปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวหลุดออกไปได้
ส่วนความเคลื่อนไหวฝั่ง "บิ๊กโจ๊ก" ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดี มีงานชุกคิวว่าความ ต้องไปที่จังหวัดสระบุรี ปราจีนบุรี และสงขลา ยาวไปถึงวันเสาร์ จึงเปิดเผยข้อมูลได้เล็กน้อยทางโทรศัพท์ เริ่มจากเรื่อง "บิกเซอร์ไพรส์" ก่อน เจ้าตัวบอกว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลลับภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่อยู่ในมือ "บิ๊กโจ๊ก" ก็จะมีการหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร หากเห็นตรงกันสัปดาห์หน้าก็จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอน
ส่วนเรื่องการดูแลคดีของตำรวจทั้ง 8 นาย ยอมรับว่าที่ได้คุยกันที่สำนักงานทนายความ ย่านโชคชัย 4 ยังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด ตั้งใจว่าจะเริ่มเอาข้อมูลเชิงลึกมาคุยกันจริง ๆ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งตนได้แบ่งทนายความออกเป็น 2 ชุด ชุดหนึ่งจะดูแลคดีที่เกี่ยวกับ "บิ๊กโจ๊ก" โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องการค้นบ้านโดยมิชอบ ส่วนทนายความชุดที่ 2 จะดูแลคดีของตำรวจทั้ง 8 นาย ตั้งแต่เรื่องการให้การในชั้นสอบสวน และเรื่องที่มีการจับกุมโดยมิชอบ
ส่วน พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ไปแถลงสรุปผลการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ตรวจยึดได้เมื่อคืนก่อน บอกว่า ขออย่านำคดีที่มีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ ไปโยงกับคดีกำนันนก เพราะเป็นคนละคดี ยืนยันการจับกุมที่เกิดขึ้นไม่ใช่การจัดฉาก คดีอาชญากรรมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ย้ำตนเองเป็นแค่ รอง ผบ.ตร. ขออย่าพูดถึงเรื่องการแต่งตั้ง