กู้มาแจก ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช. สอบนายกฯ จงใจใช้อำนาจขัด รธน.?

กู้มาแจก ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช. สอบนายกฯ จงใจใช้อำนาจขัด รธน.?

View icon 122
วันที่ 17 พ.ย. 2566 | 11.15 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดิจิทัลวอลเล็ต กู้มาแจก ศรีสุวรรณลุยร้องถึง ป.ป.ช. จี้สอบนายกฯ จงใจใช้อำนาจขัด รธน.-กฎหมายหรือไม่
         

วันนี้ (17พ.ย.66) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเสนอไปยังอัยการและศาลฎีกา กรณีที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอให้มีการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อมาแจกในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต อันส่อไปในทางขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ม.140 ประกอบ ม.53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 และถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงด้วย

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง แถลงรายละเอียดโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยต้องเป็นผู้มีรายได้ต่ำกว่า 7 หมื่นต่อเดือนและมีเงินฝากต่ำกว่า 7 แสนบาทในระยะ 6 เดือน โดยแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการฯคือ การออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งนายเศรษฐา ยืนยันมาโดยตลอดว่า จะไม่มีการกู้เงินมาใช้ในโครงการแม้แต่สักบาทเดียว ซึ่งถ้าบอกประชาชนมาตั้งแต่แรก พรรคเพื่อไทยอาจจะได้จำนวน สส.เขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อน้อยกว่านี้ก็เป็นไปได้

“การออกกฎหมายกู้เงิน ต้องเป็นกรณีเร่งด่วน เป็นเรื่องต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ และไม่อาจตั้งงบประมาณประจำปีได้ทันเท่านั้น ซึ่งการออก พ.ร.บ.เพื่อกู้เงินมาแจกในขณะนี้ จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอ”

นายศรีสุวรรณ ระบุด้วยว่า เหตุผลประการเดียว ที่นายเศรษฐาจำต้องกลืนน้ำลายตนเอง เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เขียนไว้สวยหรู ในหนังสือที่ชี้แจงต่อ กกต.ตาม ม.57 ของ พรป.พรรคการเมือง 2560 ได้ แต่จำต้องหาเงินมาใช้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยการออก พ.ร.บ.กู้เงิน และขณะนี้มีความพยายามที่จะอ้างว่าประเทศมีวิกฤตจำต้องกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งๆที่สัปดาห์ที่แล้วฟิตซ์ เรตติง ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ BBB+ ดังนั้น การกู้เงินมาแจกจึงมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาวได้
             
การกระทำดังกล่าว จึงอาจเป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวน