นักเรียนชั้น ม.2 แทงเพื่อนเสียชีวิต อ้างถูกไถเงิน ทำร้ายร่างกาย

View icon 86
วันที่ 30 ม.ค. 2567 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ปัญหาเยาวชนใช้ความรุนแรง พักหลังมีให้เราได้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวานนี้เกิดเหตุสลด นักเรียนชายชั้น ม.2 ใช้มีดปอกผลไม้ทำร้ายเพื่อนจนเสียชีวิต โดยอ้างว่าเกิดจากเพื่อนรีดไถเงิน และทำร้ายร่างกาย เรื่องนี้คนที่เจ็บปวดที่สุดคือพ่อแม่ และครอบครัวทั้งสองฝ่าย ลงสนามข่าวเรื่องนี้กับคุณรัตนกรณ์ โต๊ะหมัด

เลือดไหลอาบชุดนักเรียนของเด็กชายชั้น ม.2 หลังถูกเพื่อนร่วมชั้น ใช้มีดปอกผลไม้แทงที่ลำคอ หน้าท้อง จนสิ้นเสียงสุดท้าย "พอแล้ว กูขอโทษ" น้องได้ล้มลงกับพื้น คุณครูเรียกกู้ภัยเร่งปฐมพยาบาล หวังยื้อชีวิตศิษย์รัก แต่สุดท้ายน้องจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

ที่มาที่ไปของปมสังหารเพื่อนกลางโรงเรียน คาดเกิดจากความคับแค้นใจ ที่ผู้ตายชอบไถเงินช่วงพักเที่ยง ครั้งละ 20 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปซื้อบุหรี่ หากผู้ก่อเหตุไม่ให้ จะถูกทำร้ายชกที่ศีรษะและใบหน้า

หัวอกคนเป็นแม่ แทบขาดใจ ลูกที่เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจ ถูกพรากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

เช่นเดียวกับแม่ผู้ก่อเหตุ หัวใจคงแหลกเป็นเสี่ยง เมื่อลูกชายกลายเป็นฆาตกร

ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่า เยาวชนคนก่อเหตุเป็นเด็กพิเศษ ตำรวจ และผู้ว่าฯ กทม. บอกว่าจากหลักฐานยังไม่ใช่ ไม่อยากให้สังคมกลัวเด็กพิเศษ ทุกอย่างต้องรอหลักฐาน

ล่าสุดเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์ โรงเรียนได้ประกาศให้หยุดเรียน 3 วัน

โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง แต่มาวันนี้ โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยอยู่หรือไม่ สนามข่าว 7 สี เจาะลึกย้อนไป 5 ปี พบมีเด็กและเยาวชน อายุ 10 ขวบ ถึง 18 ปี กระทำผิดคดีอุกฉกรรจ์ ฆ่า ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ นับไม่ถ้วน แค่ปี 2566 ปีเดียว พุ่งถึง 1,046 คน

จากเด็ก 14 กราดยิงสยามพารากอน สู่แก๊ง 5 ทรชน ทำร้ายป้าบัวผัน และล่าสุดปลิดชีวิตเพื่อนกลางโรงเรียน เกิดเป็นคำถามตัวโต ๆ ว่าบ้านเรากำลังเกิดอะไรขึ้น เหตุใดอาชญากรถึงอายุน้อยลง เป็นโจทย์ที่ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองต้องหาทางแก้ นอกจากจะพูดเรื่องแก้กฎหมายแล้ว คงต้องสังคายนากันยกใหญ่ ทำอย่างไรไม่ให้เยาวชนอนาคตของชาติ กลายเป็นอาชญากร